546.jpg
จับคู่เจรจาธุรกิจยางพารา ดันยอดซื้อขายทะลุ23,000ตัน

จับคู่เจรจาธุรกิจยางพารา ดันยอดซื้อขายทะลุ23,000ตัน

วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้า
ระหว่างประเทศ และคณะเยี่ยมชมการจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์สินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และประชุมเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากสหกรณ์ ผู้ผลิตยางพารา ณ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จากนั้นได้ประชุมแบบไฮบริดทั้งวงประชุมกับสหกรณ์ยางพารา การยางฯ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับการออนไลน์บริษัทเอกชน ทูตพาณิชย์ประเทศเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง


นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับราคายางในประเทศขณะนี้ราคายางแผ่นรมควัน กิโลกรัมละ 58-59 บาท ยางแผ่นดิบ กิโลกรัมละ 56 บาท น้ำยางข้นกิโลกรัมละ 50 บาท ยางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 19-20 บาท ราคา F.O.B. คือราคาส่งออก ณ ท่าเรือของประเทศไทย สำหรับยางแผ่นรมควันราคาเมื่อวันก่อนมากกว่า 63.15 บาท สวนยางแผ่นดิบ 56.31 บาท น้ำยางข้น 51.50 บาท ยางก้อนถ้วย 20 บาท เหตุผลที่ราคายางช่วงนี้สูงขึ้นมาจาก 2 เหตุผลใหญ่ 1.มาตรการเชิงรุกของรัฐบาล 2.ตลาดโลกมีความต้องการอย่างมากขึ้น สำหรับตลาดโลกนั้นเพราะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง ความต้องการรถยนต์และยางรถยนต์ก็เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการยางแผ่นและยางแท่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วยขณะที่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการถุงมือยางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการน้ำยางที่เอาไปทำถุงมือยางธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย

ด้านมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลมี 2 มาตรการ คือเพิ่มการใช้ยางภายในประเทศ โดยเฉพาะส่งเสริมให้ภาคราชการนำยางไปเป็นวัตถุดิบทำผลิตภัณฑ์ ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรฯร่วมกับกระทรวงคมนาคมนำยางไปทำหลักกิโลและแผ่นครอบกันชนตามเส้นทางในถนนต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นและมาตรการภาครัฐ และมาตรการในการเร่งรัดการส่งออก เร่งรัดการส่งมอบซึ่งกระทรวงพาณิชย์นำไปทำสัญญาไว้กับต่างประเทศก่อนไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับการยางฯ ส่งผลให้การส่งออกยางตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม ปีนี้ มียอดส่งออกแล้ว 300,000 ล้านบาท ส่วนกระทรวงพาณิชย์กับการยางก็จะเร่งรัดการส่งมอบ

“ที่ผมนำคณะเอกชน การยางฯไปทำสัญญากับต่างประเทศ 500,000 ตัน ช่วงก่อนโควิดนั้นถ้ามีการเร่งรัดการส่งมอบรวมทั้งภาคเอกชนเร่งรัดการทำตลาดในสัญญาใหม่ด้วย น่าจะช่วยกระตุ้นการรับซื้อมากขึ้น”

นายจุรินทร์กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมมือกับการยางแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนจับคู่ธุรกิจเพื่อเร่งรัดการส่งออกยางของไทย ตั้งแต่วันที่
23 กันยายน จนถึงวันที่ 1 ตุลาคม ได้มีการจับคู่ธุรกิจไปแล้ว ถึง 69 คู่ มีการเจรจาระหว่างประเทศผู้นำเข้าทั้งหมด 20 ประเทศและผู้ส่งออกของไทย 42 ราย 20 ประเทศประกอบด้วย จีน เกาหลี ไต้หวัน อินเดีย เช็ก ฝรั่งเศส ฮังการี รัสเซีย สหราชอาณาจักร มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนามเมียนมา อินโดนีเซีย ตุรกี อียิปต์ ซาอุดีอาระเบียสหรัฐและอาร์เจนตินา ในการเซ็นสัญญาซื้อขายมียอดขายเกินเป้าทะลุไปถึง 23,000 ตันและลงนามในสัญญา 1,450 ล้านบาท ยังมีความต้องการซื้อยางจากไทยเพิ่มเติมอีกงานจับคู่ธุรกิจครั้งนี้จะขยายไปถึงวันที่ 2 ตุลาคมนี้คาดว่าจะทำยอดขายได้เพิ่มเติมอีก

สำหรับปัญหาการผลิตของเรามีเรื่องการขาดแคลนแรงงานซึ่งภาคการผลิตก็สะท้อนมา ประกอบกับราคายางในประเทศไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ต่อไปการยางต้องเร่งประชาสัมพันธ์คุณภาพอย่างไทยให้เป็นที่รับรู้ของโลกว่าคุณภาพของเราเหนือกว่าประเทศคู่แข่งเกือบทุกประเทศ สิ่งที่การยางดำเนินการนั้นตนเห็นด้วยคือการส่งเสริมให้มีการนำน้ำยางมาทำยางรถยนต์ เพราะในอดีตเราใช้อย่างแผ่นกับยางแท่งไปทำยางรถยนต์ซึ่งต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน แต่ถ้าสามารถส่งเสริมให้นำน้ำยางไปทำยางรถยนต์ได้ก็จะลดขั้นตอนการผลิตของเกษตรกรลงไปได้ แก้ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลนได้ด้วย และขณะนี้การยางตั้งหน่วยรักษาเสถียรภาพราคายาง ส่วน กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในมีมาตรการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสต๊อกของเอกชน ให้เร่งการรับซื้อยาง เพราะมีเอกชนบางส่วนใช้สิทธิ์เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่รัฐบาลอุดหนุน 2% ต่อปีมีการรับซื้อยางเก็บสต๊อกจริงหรือไม่ ซึ่งจะมีส่วนให้เร่งซื้อยางเข้าสต๊อกมากขึ้น

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top