นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 สศอ. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญตามกรอบนโยบายในแต่ละด้านทั้งในระดับมหภาคและรายสาขา ดังนี้ ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะได้จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2570) เพื่อสร้างและพัฒนา Eco System ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในปีนี้
สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและเครื่องจักรกลการเกษตร สศอ. อยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565 - 2570) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการผลิตที่สูงขึ้น เพิ่มความสะดวกให้แก่เกษตรกรผู้ใช้งาน รวมถึงลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทั้ง 2 แผนปฏิบัติการอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปี 2564
ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ (S-Curve) ยานยนต์สมัยใหม่ สศอ. ได้ออกประกาศกำหนดกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบเสรี ฉบับที่ 2 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหรือขายในประเทศ
ในส่วนของอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ สศอ. ในฐานะที่เป็นฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบใน 5 มาตรการ 6 ผลิตภัณฑ์
สำหรับอุตสาหกรรมอนาคต (News S-Curve) สศอ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คืบหน้าตามลำดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการต่างๆ ตาม Roadmap ที่จะให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภูมิภาคอาเซียน
นายทองชัยกล่าวว่า เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดการเชื่อมโยงขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ สศอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพจัดทำแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.8% และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มขึ้น 1% โดยในปีงบประมาณ 2565 ได้จัดส่งคำของบประมาณให้สำนักงบประมาณพิจารณาในกรอบวงเงิน 873.0646 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ในปลายเดือนพฤษภาคม 2564 นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี