533.jpg
TFMAMAเปิดโมเดลธุรกิจใหม่  มุ่งFuture Food-ขยายตลาดต่างประเทศ

TFMAMAเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ มุ่งFuture Food-ขยายตลาดต่างประเทศ

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการ บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (TFMAMA) เปิดเผยว่าการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ภายใต้การนำทัพของกลุ่มผู้บริหารยุคใหม่พร้อมขับเคลื่อนสู่การดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ (New Business Model)เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่นิยมสินค้าเพื่อสุขภาพและเทรนด์การใช้ชีวิตที่ต้องการความง่ายและสะดวกมุ่งขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านช่องทางต่างๆ

บริษัทจะจับมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาธุรกิจที่มากกว่าอาหารกึ่งสำเร็จรูป โดยมีการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทีมวิจัยของทีเอฟและการจับมือกับสถาบันวิชาการและมหาวิทยาลัยต่างๆ ภายใต้การขับเคลื่อนของทีเอฟอินโนเวชันทีม(TFIT) เพื่อนำพาบริษัทเดินหน้าสู่ Future Food และขยายตลาดในการรองรับผู้บริโภคในกลุ่ม Healthy มากขึ้น


สำหรับการทำตลาดในต่างประเทศที่ผ่านมา TFMAMA ทำไปแล้ว 68 ประเทศทั่วโลก มีผลิตภัณฑ์ “มาม่า”เป็นแบรนด์หลัก ในอนาคตจะเน้นการทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียม และไฮแวลูเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคในต่างประเทศ รวมทั้งปรับดีไซน์และขนาดแพ็กเกจจิ้ง ให้ทันสมัย เน้นทำตลาดออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กัน รวมทั้งขยายการลงทุนในต่างประเทศ ปัจจุบันสัดส่วนการทำตลาดในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30%

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ TFMAMA กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายใน 5 ปี (2565-2569) จะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 30,000 ล้านบาท (ไม่รวมส่วนแบ่งรายได้จากบริษัทร่วมทุน)โดยจะเป็นการเติบโตจากตลาดในประเทศ 15,000 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปีคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 50% และยอดขายต่างประเทศ 15,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 50%

โดยบริษัทเตรียมแผนการขยายโรงงานผลิตให้กระจายครอบคลุมทุกทวีปภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ ทั้งในรูปแบบของการร่วมลงทุน (JV) เข้าซื้อกิจการ (M&A) และการลงทุนเองทั้งหมด การขยายโรงงานให้ครอบคลุมทุกทวีปเพื่อลดปัญหาด้านภาษี และ การขนส่ง ที่จะช่วยหนุนให้ความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีโรงงาน 9 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศไทย 5 แห่ง และต่างประเทศ 4 แห่ง

สำหรับปี 2565 บริษัทวางเป้ายอดขายไว้ที่ 14,000 ล้านบาท (ไม่รวมส่วนแบ่งรายได้จากบริษัทร่วมทุน) แบ่งเป็นในประเทศ 10,000ล้านบาท และต่างประเทศ 4,000 ล้านบาท โดยเน้นออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆในระดับพรีเมียมมากขึ้น และกลุ่มอาหารพร้อมทาน เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่าย รวมถึงนำสินค้ากลุ่มต่างๆที่จำหน่ายในตลาดต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายยังประเทศไทยเพิ่มเติมในปี 2564 ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยเติบโต 10% หรือคิดเป็นการบริโภคที่ 3,700 ล้านซอง เป็นส่วนแบ่งของแบรนด์ “มาม่า” ราว 50% ถือเป็นอันดับ 1 ของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทย

ปีนี้บริษัทวางงบลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า400 ล้านบาท เพื่อลงทุนเครื่องจักรใหม่ในโรงงานที่ระยอง และโรงงานที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิต 5-6% จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่กว่า 2,000 ล้านชิ้นต่อปี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top