วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมาก และการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดธุรกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่ โดยมีธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ คือ Data Center หรือศูนย์ข้อมูล ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการจัดเก็บและจัดการข้อมูล รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นสำหรับการประมวลผลการจัดเก็บข้อมูล และการให้บริการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ผลจากการเกิดธุรกิจ Data Center ทำให้ธุรกิจอื่นๆสามารถต่อยอด Data Center ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจได้ อาทิ ธุรกิจค้าปลีก สามารถใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบ real-time ปรับปรุงการจัดการคลังสินค้า กระบวนการด้านโลจิสติกส์ การบริหารจัดการการค้าออนไลน์อัตโนมัติ และจัดทำแผนการตลาด, ธุรกิจบริการสุขภาพ ใช้จัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย ประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมาก ต่อยอดกับระบบการแพทย์ทางไกล การวินิจฉัยโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใช้พัฒนาระบบรับชมอสังหาริมทรัพย์เสมือนจริง (Virtual Tour) ติดตามความผันผวนของราคาอสังหาริมทรัพย์และความต้องการของตลาด แนะนำพื้นที่ที่ควรลงทุนและกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม
ในขณะเดียวกันการเติบโตของตลาด Data Center ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจดิจิทัลของไทย และก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้าน อาทิ 1.เกิดการจ้างงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ข้อมูลและการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ e-Commerce บริการคลาวด์ (Cloud Service) AI อินเตอร์เนตของสรรพสิ่ง(Internet of Things) การเงินดิจิทัล (DigitalFinance) และบริการดิจิทัลอื่นที่มีการใช้ข้อมูลจำนวนมาก, 2.เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย ประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
3.ลดต้นทุนในการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ รวมถึงการบำรุงรักษาฐานข้อมูล, 4.เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจาก Data Center มีมาตรการด้านความปลอดภัยขั้นสูง ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญไม่ให้สูญหายหรือถูกโจมตี และ 5.รองรับการเติบโตของธุรกิจ ที่อาจมีปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้การลงทุนใน Data Center อาจช่วยดึงดูดการลงทุนในพลังงานสะอาด เนื่องจาก Data Center เป็นธุรกิจที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ จึงต้องมีการส่งเสริมการลงทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้มีกำลังการผลิตมากขึ้นและเสถียรขึ้น และอาจนำไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแทน
“ธุรกิจ Data Center ก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ภาครัฐและภาคเอกชนควรเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับไทยในระยะยาว อาทิ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินกิจการ Data Center พัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำในประเทศ อาทิ อุตสาหกรรมการเงิน
e-Commerce การตลาดดิจิทัล และส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต พัฒนาทักษะแรงงานและหลักสูตรการศึกษา ให้ตอบสนองต่อความต้องการ ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และกำหนดนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่คำนึงถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ และมีนโยบายหรือมาตรการดึงดูดแรงงานทักษะสูง (Digital Nomad) ให้เข้ามาทำงานในไทย ซึ่งการพัฒนาในทุกภาคส่วนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของไทย และผลักดันให้ไทยกลายเป็น Digital Hub ของเอเชียได้”นายพูนพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันการลงทุนใน Data Center ทั่วโลกขยายตัวอย่างมาก โดยฐานข้อมูลด้านการตลาดและอุตสาหกรรม Statista คาดการณ์ว่าในปี 2567 ตลาด Data Center จะมีมูลค่าสูงถึง 4.16 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วงปี 2567-2572 อาจเติบโตเฉลี่ย 8.45% ต่อปี ส่งผลให้ในปี 2572 ตลาด Data Center โลกจะมีมูลค่าสูงถึง 6.24 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับประเทศไทยนั้น ในปี 2567 มีโครงการเกี่ยวกับ Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 2.41 แสนล้านบาทในขณะที่ SCB EIC คาดว่า ในปี 2567 ตลาด Data center ของไทยมีแนวโน้มเติบโตถึง 24% จากปีก่อนหน้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี