นายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนูลักษณ์ หรือ TNL บริษัทในเครือสหพัฒน์ฯ และบีทีเอส กรุ๊ปฯ เปิดเผยว่าผลประกอบการปี 2567 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 1,602 ล้านบาท เติบโต 26% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 401 ล้านบาท หากไม่รวมรายได้พิเศษในปี 2566 กำไรสุทธิเติบโต 29% หรือเพิ่มขึ้น 89 ล้านบาท จากปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจของบริษัท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง
ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจให้สินเชื่อที่มีหลักประกัน ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท ออกซิเจนแอสเซ็ท (OXA) ที่ขยายพอร์ตสินเชื่อได้เกินเป้า โดยมีมูลค่าสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี 2567 แตะ 6,430 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อแม้เผชิญความท้าทายต่างๆบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยขยายฐานลูกค้ากลุ่มนิติบุคคลและบุคคล High Net Worth ที่มีคุณภาพสูงเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อ
ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs/NPAs) ดำเนินงานโดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ ออกซิเจน (OAM) ในปี 2567 ถือปีแรกของการดำเนินงานเต็มรูปแบบ ซึ่งบริษัทสามารถขยายยอดหนี้ภายใต้การบริหารเป็น 5,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 51% จากปีก่อน ด้วยอัตราชนะประมูล 45% ตอกย้ำศักยภาพทางการแข่งขันของบริษัทในฐานะผู้เล่นสำคัญในตลาด AMC สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ที่ดำเนินงานโดยบริษัท ทีเอ็นแอน อัลไลแอนซ์ (TNLA) สามารถรักษารายได้ที่มั่นคง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนที่วางไว้
“ปี 2567 นับเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างธุรกิจที่สำคัญของ TNL โดยดำเนินการขายหุ้นใน TNLX (ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย) เพื่อมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจหลักด้านบริการทางการเงินและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย (New Growth Engines) ซึ่งมีศักยภาพเติบโตระยะยาว นอกจากนี้ยังได้เปิดตัว Oxygen Advisory ซึ่งเป็นธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ และเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการให้คำปรึกษาด้านโครงสร้างเงินทุน การปรับโครงสร้างหนี้ และการวิเคราะห์โอกาสการลงทุน” นายกิตติชัยกล่าว
สำหรับแนวโน้มธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2568 บริษัท คาดการณ์ว่าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อจะสอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อที่มีหลักประกันเพิ่มขึ้นเป็น 7,100 ล้านบาท
ขณะเดียวกันด้านตลาดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินมีแนวโน้มเร่งระบายหนี้เสียออกจากระบบเพื่อลดแรงกดดันจากการตั้งสำรองและปรับพอร์ตสินเชื่อให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้ายอดเงินลงทุนซื้อหนี้ NPL เพิ่มอีก 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายพอร์ตการบริหารหนี้สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
ในส่วนธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายนั้น บริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนคาดว่าจะผลักดันยอดโอนได้กว่า 6,000 ล้านบาทในปีนี้ตามแผนที่วางไว้ พร้อมเดินหน้าบริหารโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
“TNL ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพอร์ตสินเชื่อและพอร์ต NPL ควบคู่กับกลยุทธ์การลงทุนที่รอบคอบ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพของธุรกิจหลัก และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว” นายกิตติชัยกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี