เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(YOY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าขยายตัวได้ 0.6% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนที่สำคัญจาก การส่งออกสินค้าและบริการ ที่ขยายตัวสูงถึง 14.3% YoY เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 4.1% YoY โดยเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส จากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือโดยเฉพาะในหมวดยานยนต์
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 จะขยายตัว แต่แรงส่งแผ่วลงในหลายด้าน เช่น การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว จากการลงทุนกลุ่มเครื่องจักรเครื่องมือ สะท้อนภาวะการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำและมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งยังต้องติดตามความต่อเนื่องของการลงทุนในรถยนต์ที่เพิ่งจะกลับมาขยายตัวได้ครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส ส่วนการส่งออกบริการหดตัว -2.4% ( QoQ : เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน) ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนที่หดตัว -1.5% QoQ ตามจำนวนนักท่องเที่ยวจากเกือบทุกชาติในเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะจากจีน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาส 2 หดตัว -12.2% YoY สะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยที่ขยายวงมากขึ้น แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่ม long haul ชดเชยได้บางส่วน นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำเพียง 0.2% QoQ โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดบริการ สะท้อนความเปราะบางของครัวเรือนที่ความเชื่อมั่นถูกกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
สำหรับในระยะต่อจากนี้เศรษฐกิจไทยยังคงน่าห่วง เนื่องจากแรงส่งหลักของเศรษฐกิจมีทิศทางชะลอลง หลังการประกาศอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่แม้จะลดความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า แต่คาดว่าหลายประเทศจะเร่งระบายสินค้ามายังตลาดที่สาม ซึ่งส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ผลจากการเร่งส่งออกสินค้าในช่วงครึ่งปีแรกทำให้สหรัฐฯ มีสต๊อกสินค้าในระดับสูงที่อาจเพียงพอต่อความต้องการในปี 2568 โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนในช่วง มี.ค.-มิ.ย.2568 สูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 4.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคำสั่งซื้อระยะข้างหน้าขึ้นอยู่กับความสามารถในการ de-stocking ของสหรัฐฯ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเร่งขึ้นจากผลของภาษี อีกทั้งยังต้องติดตามความเสี่ยงการขึ้น sectoral tariff ในสินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมาไทยส่งออกได้ดี โดยคิดเป็นกว่า 6% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังสหรัฐ
ขณะที่การท่องเที่ยวมีความเสี่ยงชะลอลงมากกว่าที่คาด แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่ม long haul ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายต่อคนสูงจะสามารถขยายตัวได้กว่า 17.4% YoY และทดแทนนักท่องเที่ยวในกลุ่ม short haul ได้บางส่วน อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวในกลุ่ม short haul ยังคงมีสัดส่วนสำคัญคิดเป็น 73% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น
นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก มองไปในทิศทางเดียวกันว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ 2.0% YoY โดยครึ่งหลังของปีคาดว่าจะขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 1.0% YoY จากครึ่งปีแรกที่ขยายตัวได้ 3.0% YoY ท่ามกลางความเสี่ยงจากผลกระทบของข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ โดยเฉพาะภาษี transshipment ที่ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน ซึ่งเป็นความท้าทายต่อความสามารถในการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานไทย
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี