วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนรวมวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เริ่มขายหน่วยลงทุนประเภท ก. จำนวน 150,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงสิ้นปี 2568 เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน สามารถทำผลประกอบการได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะการบริหารอย่างมืออาชีพ จึงชนะทุกเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ต่างๆที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ในปี 2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีความผันผวนค่อนข้างมาก โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,259.67 จุด ลดลงจากสิ้นปี 2567 ซึ่งปิดที่ 1,400.21 โดยมีจุดต่ำสุดที่ 1,053.79 จุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตามกองทุนฯได้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคงในระยะยาว มีความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ที่มีประสิทธิภาพ
โดยส่งผลให้กองทุนฯสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน สำหรับรอบผลการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุนฯจะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.4604 บาท/หน่วย ในวันที่ 22 มกราคม 2569 (กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 มกราคม 2569) ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลที่จ่ายไปแล้วสำหรับครึ่งปีแรก (1 มกราคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568) ที่ 0.1488 บาท/หน่วย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้อัตราเงินปันผลสำหรับปี 2568 เท่ากับ 0.6092 บาท/หน่วย หรือคิดเป็น 6.09% ต่อปี สูงกว่าผลตอบแทนที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3%
ทั้งนี้กองทุนฯจะมุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว
“อย่างไรก็ตามปี 2568 เป็นปีที่มีความท้าทายสูง จากภาวะที่ตลาดไม่ดี แต่ก็ฝ่าฟันมาได้ โดยกองทุนฯขายหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10 บาท แต่ปัจจุบันหน่วยลงทุนขยับขึ้นไปที่ 10.70 บาท ซึ่งสะท้อนการบริการงานอย่างมืออาชีพของกองทุนฯ”นายลวรณ กล่าว
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) กล่าวว่า การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ของกองทุนฯ อัตราเงินปันผลปี 2568 จ่ายรวม 6.09% โดยครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 1.48% และครึ่งปีหลังจ่ายอีก 4.6% มีกำหนดจ่ายในวันที่ 22 มกราคม 2569 รวมประมาณ 9,000 ล้านบาท
ส่วนกลยุทธ์ที่ทำให้กองทุนฯมีผลงานโดดเด่น คือ การเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนน้อยกว่าดัชนี SET มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย 90% และอีก 10% ลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ โดยให้ความสำคัญด้าน ESG หากพบบริษัทใดมีปัญหาด้านธรรมาภิบาล กองทุนฯจะหยุดลงทุนเพิ่ม หรือลดสัดส่วนการลงทุน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี