จ่อปิดรง.อาหารสัตว์ ถั่วเหลืองราคาพุ่ง-นำเข้าติดขัด

จ่อปิดรง.อาหารสัตว์ ถั่วเหลืองราคาพุ่ง-นำเข้าติดขัด

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจในการพิจารณาเปิดตลาดนำเข้าเมล็ดถั่วเหลือง ซึ่งประกาศเดิมหมดอายุไปเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 ส่งผลให้ภาคธุรกิจที่มีการสั่งซื้อเมล็ดถั่วเหลืองไว้ล่วงหน้าไม่สามารถทำพิธีการตรวจปล่อยสินค้าได้ ในส่วนของผู้ผลิตอาหารสัตว์นำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองมาใช้ผลิตอาหารสัตว์ปีละ 5-6 แสนตัน ปัจจุบันมีสินค้าตกค้างไม่สามารถตรวจปล่อยได้ประมาณ 6 หมื่นตัน สมาชิกต้องจ่ายค่า Demurrage ไปแล้วประมาณ 20 ล้านบาท หากปล่อยไว้แบบนี้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้น

“ผลที่ตามมาคือโรงงานอาหารสัตว์จะต้องลดกำลังผลิต และชะลอรับซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลายข้าว มันสำปะหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณเมล็ดถั่วเหลืองที่มีเหลือใช้ในสูตรถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบโปรตีน หากไม่มีใช้ก็ต้องปรับสูตรการผลิตและลดการใช้วัตถุดิบตัวอื่นลง แม้ตอนนี้จะนำเข้ากากถั่วเหลืองมาได้ แต่ต้องใช้เวลา และไม่สามารถใช้แทนถั่วอบได้”


นายพรศิลป์ กล่าวว่า สมาคมได้ติดตามการดำเนินการของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนต.ค.68 แม้แต่งตั้งคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชชุดใหม่ได้แล้วเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 แต่ติดเรื่องอำนาจของรัฐบาลรักษาการที่ไม่อาจพิจารณาเรื่องที่มีภาระผูกพันกับรัฐบาลชุดถัดไป ทำให้เรื่องค้างอยู่ หากไม่มีทางออกต้องรอจนกว่าจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ อาจใช้เวลา 3-4 เดือน จะทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ทะลุ 100 ล้านบาท หวั่นกระทบผู้บริโภคในประเทศเนื่องจากปกติธุรกิจจะสต็อกสินค้าไว้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น

นายพรศิลป์ กล่าวว่า สมาคมได้ประสานแนวทางแก้ไขเรื่องนี้กับรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเสนอให้ขยายระยะเวลานำเข้าเมล็ดถั่วเหลืองที่หมดอายุไปแล้วออกไปอีก 6 เดือน จนกว่าจะมีการตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อลดข้อติดขัดเรื่องอำนาจรัฐบาลรักษาการ ถือเป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหา โดยไม่ผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ และมีกำหนดที่จะเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 ม.ค.69 แต่ท้ายที่สุดยังไม่มีการพิจารณาเนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องติดภารกิจ จึงต้องรอลุ้นว่าจะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม.ได้อีกในวันอังคารที่ 27 ม.ค.69 หรือไม่ ระหว่างนี้ค่าใช้จ่ายต่างๆเกิดขึ้นเพิ่มเติมเป็นรายวัน โดยสมาคมเชื่อว่ามีทางออก หากรัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนก็สามารถที่จะทำได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลืองภายในประเทศปรับขึ้นแล้ว 20% หรือ 2.30 บาท/กิโลกรัม เริ่มจากราคาขายวันที่ 8 ม.ค.69 อยู่ที่ 14.85 บาท/กิโลกรัม ปรับขึ้น 2 ครั้ง ในวันที่ 9 และ 12 ม.ค.69 ในราคา 0.50 บาท และ 0.30 บาท/กิโลกรัม ตามลำดับ สมาคมจึงมีหนังสือ 2 ฉบับไปยังสมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าวขอให้ปรับราคาลงและอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา รวมถึงมีหนังสือไปยังอธิบดีกรมการค้าภายในให้ตรวจสอบการขึ้นราคาดังกล่าว เพราะสวนทางราคาตลาดโลกที่ยังทรงตัว จากนั้นยังมีการปรับราคาขึ้นอีก 0.50 บาท/กิโลกรัม ในวันที่ 14 ม.ค.69 แสดงให้เห็นว่าหนังสือที่สมาคมทำไปไม่ได้ถูกพิจารณา และมาขึ้นราคาอีกครั้งอีก 1 บาท/กิโลกรัม ทำให้ราคาตอนนี้อยู่ที่ 17.15 บาท/กิโลกรัม

“การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการซ้ำเติมภาคปศุสัตว์ที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการรอคอยตรวจปล่อยสินค้าอยู่แล้ว ต้องมาซื้อกากถั่วเหลืองในประเทศที่สูงขึ้นด้วย รัฐบาลจึงต้องรีบแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยใช้กลไกคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการเข้ามาดูแล เช่นเดียวกับที่อาหารสัตว์ถูกควบคุมราคา มิฉะนั้นโรงงานอาหารสัตว์อาจจะต้องปิดโรงงานเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหวปรับราคาขายก็ปรับไม่ได้ ความเสียหายครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากความไม่มั่นคงทางการเมือง และความชะล่าใจของหน่วยงานรัฐ หากไม่มีทางออกจะเกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร” นายพรศิลป์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top