วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เกาะติดการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงมุมไบ–อาห์เมดาบัด สายแรกของอินเดีย พบเตรียมทดสอบวิ่งครั้งแรก ปี 70 เปิดเต็มระบบปี 72 ชี้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุนงานด้านโยธา ส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนางสาวสัญฉวี พัฒนจักร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ อินเดีย ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายแรกมุมไบ–อาห์เมดาบัด ที่จะเป็นอนาคตใหม่แห่งการเดินทาง และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปร่วมลงทุนด้านงานโยธา การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า อินเดียได้ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงมุมไบ-อาห์เมดาบัด ระยะทาง 508 กิโลเมตร และมีกำหนดทดสอบวิ่งรถครั้งแรกช่วงระยะทาง 100 กิโลเมตรระหว่างเมืองสุรัตและวาปี รัฐคุชราต ในเดือน ส.ค. 2570 และคาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบภายในเดือน ธ.ค. 2572 ใช้เวลาเดินทางตลอดเส้น 1 ชั่วโมง 58 นาที ความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับโอกาสของไทย ทูตพาณิชย์ให้ข้อมูลว่าบริษัทไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโยธา องค์ประกอบโครงสร้างทางรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ ระบบไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างมาตรฐานระบบราง สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้รับเหมาหลักของอินเดีย เพื่อร่วมดำเนินโครงการในลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมผลิต มีโอกาสด้านการส่งออกของไทยครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง อาทิ ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป หมอนรองราง อุปกรณ์ยึดราง วัสดุฉนวน สายเคเบิล ชิ้นส่วนเหล็ก ผลิตภัณฑ์ควบคุมแรงสั่นสะเทือน และระบบกำแพงกันเสียง ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโครงการรถไฟความเร็วสูง
นอกจากนี้ ผู้พัฒนาโครงการ นักออกแบบ และแบรนด์ด้านการบริการและการโรงแรมของไทยมีศักยภาพอาจพิจารณาเข้าร่วมพัฒนาเขตพาณิชยกรรมรอบสถานี ศูนย์อาหาร และบริการผู้โดยสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างรายได้เสริมและยกระดับประสบการณ์การเดินทาง แต่ต้องพิจารณานโยบาย “Make in India” ของรัฐบาลอินเดียที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาและการผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งอาจจำกัดการนำเข้าสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศ เว้นแต่บริษัทไทยจะจัดตั้งฐานการผลิต การประกอบ หรือการร่วมทุนในอินเดีย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไปสู่การลงทุนระยะยาวและการสร้างพันธมิตรในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น
“บริษัทไทยที่ต้องการเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงของอินเดีย ควรวางกลยุทธ์เชิงรุก โดยเริ่มจากพิจารณาการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของผู้รับเหมาหลัก ในฐานะผู้รับเหมาช่วงหรือซัปพลายเออร์ชิ้นส่วน จากนั้นพิจารณาจัดตั้งโรงงานประกอบหรือร่วมทุนกับพันธมิตรอินเดีย เพื่อสอดคล้องกับนโยบาย Make in India และเพิ่มขีดความสามารถในการรับงานขนาดใหญ่ ควบคู่กับการเสนอรูปแบบการขายเทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมในประเทศ โดยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานและการรับรองตามข้อกำหนดของมาตรฐานพื้นฐานของการรถไฟอินเดีย และมาตรฐานเฉพาะสำหรับรถไฟความเร็วสูงที่เข้มงวด รวมถึงการขึ้นทะเบียนกับ RITES ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียภายใต้กระทรวงรถไฟ และแพลตฟอร์มจัดซื้อของภาครัฐอินเดีย” นางสาวสุนันทากล่าว
-031
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี