วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม-DIPROM) กล่าวว่า กรมฯมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปของไทย โดยเปลี่ยนจาก “เกษตรดั้งเดิม” สู่ “เกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง” (High Value Agro-Industry) ผ่านมาตรการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานระดับสากล เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรแปรรูปไทยขยายตัวได้ในตลาดระดับสากล จึงได้สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปเป้าหมาย เพื่อยกระดับสู่เกษตรอุตสาหกรรม และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่สถานประกอบการและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยปี 2568 ที่ผ่านมา กรมฯให้การสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป 538 กิจการ พัฒนา 41 ผลิตภัณฑ์ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1,200 ล้านบาท
น.ส.ณัฏฐิญา กล่าวว่า ยกตัวอย่าง จ.เพชรบุรี นอกจากจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกสินค้าเกษตรคุณภาพสูง และสินค้า GI ขึ้นชื่อหลายชนิด อาทิ มะนาวเพชรบุรี ชมพูเพชรสายรุ้ง ตาลโตนด และกล้วยหอมทอง ที่ผ่านมา ดีพร้อมได้เข้าไปช่วยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในพื้นที่พัฒนาและแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยี Deep Processing มาใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) รวมถึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งระบบ ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงตั้งแต่ “ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ดีพร้อม ร่วมกับเครือข่ายเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ยกระดับการจัดการวัตถุดิบให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ ตรงตามความต้องการของโรงงานแปรรูป พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการเข้ามาทดลองวิจัยผลิตภัณฑ์ (R&D) โดยใช้เครื่องจักรทันสมัยโดยไม่ต้องลงทุนสูงในระยะแรกผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (Industrial Transformation Center: ITC) และส่งเสริมการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อควบคุมมาตรฐานความสะอาด (HACCP/GMP) และลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Zero Waste)
“นอกจากนี้ ดีพร้อมยังให้การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำ อบรม และพัฒนากระบวนการผลิตให้มีมาตรฐาน เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค” น.ส.ณัฏฐิญา กล่าว
ด้าน นายวิวัฒน์ พริ้งจำรัส กรรมการผู้จัดการ หจก. เลม่อน โกลด์ (แอล.เอ็ม.จี) กล่าวว่า “มะนาว” ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าขึ้นชื่อของ จ.เพชรบุรี และเป็นสินค้า GI ของจังหวัด แต่ช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหามะนาวล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ พอขายไม่ออกก็ต้องทิ้งมะนาว จึงเป็นที่มาของแนวคิดการแปรรูปมะนาวสด โดยรับซื้อมะนาวจากเกษตรกรใน อ.ท่ายาง และใกล้เคียง แล้วแปรรูปเป็นน้ำมะนาวสด 100% ส่งร้านอาหาร แล้วเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ อาทิ โรงงานผลิตอาหารในกรุงเทพฯ และเพชรบุรี ต่อมาเปิดรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับคนที่จะนำไปขายต่อ ปัจจุบันรับจ้างผลิตให้กับตลาดโมเดิร์นเทรด เดือนละ 10 ตัน และจำหน่ายไปยังร้านอาหาร , แฟรนไชส์ทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่าย และช่องทางตลาดออนไลน์
“เลมอนโกลด์ ยังได้รับการพัฒนาและเตรียมพร้อมขอรับรองมาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยอาหาร ISO22000: 2018 เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์น้ำมะนาวแท้แปรรูป เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลอัตราการเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14.20 หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 720,000 บาทต่อปี และปี 2569 ยังสนใจเข้าร่วมโครงการ Upcycling for Sustainable Lifestyle ซึ่งส่งเสริมให้นำเศษวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมท้องถิ่น พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มมูลค่าสูง” นายวิวัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี