วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวช้าลง โดยจะโตเพียง 1.5% ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำสุดในรอบหลายปี เทียบกับอดีตที่เคยโต 5-7% แล้ว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ สาเหตุหลักเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ซึ่งจำกัดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายจากทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้เส้นทางข้างหน้า “ไม่ราบรื่น”
ในปี 2568 เราเห็นอาการคล้ายกับการ “ติดหล่ม” จากเครื่องยนต์หลักอย่างการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัวลง หลังจากเร่งส่งล่วงหน้าไปแล้วเพราะกลัวจะเจอกับมาตรการภาษีของสหรัฐ จึงคาดว่าการส่งออกปีนี้จะโตลดลงจาก 12% เหลือต่ำกว่า 1% อีกสาเหตุคือ การใช้จ่ายภาครัฐที่อาจชะลอลงจากการเมืองที่เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งใหม่ ทำให้งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าออกไปประมาณหนึ่งไตรมาส ในช่วงปลายปีนี้จึงอาจเห็นรายจ่ายภาครัฐลดลง
เศรษฐกิจไทยติดอยู่ในหล่มตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แม้เครื่องยนต์หลักจะยังพอขับเคลื่อนได้ แต่ถ้าไม่รีบปรับแก้แล้วเครื่องยนต์พร้อมใจกันแผ่ว เส้นทางข้างหน้าก็ไม่ได้ราบเรียบ เมื่อทั้งไม่แข็งแรงรวมกับแบกปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สะสมมานานในหลายๆ มิติ ทำให้ไทยขยับได้ไม่ไวเท่าประเทศอื่น
เพื่อไม่ให้การติดหล่มครั้งนี้ยาวนานออกไป ดังนั้น น่าจะมี 3 ส่วนหลักที่ต้องได้รับการเสริมสร้างและซ่อมแซมโดยเร็ว ส่วนแรก ผลิตภาพต่ำ ไทยยังพึ่งพาอุตสาหกรรมโลกเก่าและไม่ได้ลงทุนสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มานาน ทั้งภาคการผลิต เช่น การผลิตรถยนต์ที่ยังเป็นแบบสันดาปและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ในขณะที่ทั่วโลกหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของเรายังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด ขณะที่คู่แข่งในเอเชียมีนักท่องเที่ยวมากกว่าช่วงก่อนโควิดและเพิ่มขึ้นเร็วกว่าไทย ก็สะท้อนความสามารถในการแข่งขันที่ด้อยลงเช่นกัน
ส่วนที่สอง ภูมิคุ้มกันต่ำ ไทยมีระดับหนี้สูง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 87% ของจีดีพี ไม่รวมกับหนี้นอกระบบที่ยังเป็นปัญหาของพี่น้องฐานราก ขณะที่หนี้ SMEs ก็ยังสูงและคุณภาพเริ่มด้อยลง ทำให้ในภาพรวมความสามารถในการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชนลดลงไปด้วย ส่วนที่สาม ความเหลื่อมล้ำสูง เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบ K-Shape มานาน ธุรกิจขนาดใหญ่แข็งแกร่ง แต่ธุรกิจ SMEs อ่อนแอ โดยธุรกิจใหญ่มีจำนวนเพียง 2% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด แต่มีรายได้ถึง 83% การเข้าถึงสินเชื่อก็แตกต่างกันด้วย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังคงเติบโตได้ในปี 2568 ขณะที่ธุรกิจ SMEs ประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ เห็นได้จากยอดสินเชื่อที่หดตัวต่อกันถึง 13 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเพราะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง ธุรกิจจึงชะลอการลงทุนและใช้จ่าย ขณะที่สถาบันการเงินก็ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี