วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้ทำการวิเคราะห์การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 พบว่า ธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสนใจนำเงินเข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 10 อันดับแรก มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.82 แสนล้านบาท คิดเป็น 87.0% ของการลงทุนทั้งหมดในปี 2568 ที่มีจำนวน 3.24 แสนล้านบาท โดยเป็นการลงทุนจากนักลงทุนประเทศต่างๆรวม 797 ราย คิดเป็น 74.0% ของนักลงทุนทั้งหมดในปี 2568 จำนวน 1,078 ราย
โดยประเภทธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติสนใจที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต มูลค่าลงทุนรวม 1.19 แสนล้านบาท คิดเป็น 36.7% ของการลงทุนทั้งหมด มีนักลงทุนรวม 354 ราย คิดเป็น 32.8% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจการผลิตที่ลงทุน เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ เป็นต้น
2.ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ มูลค่าลงทุนรวม 6.59 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 20.3% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 64 ราย คิดเป็น 5.9% ของนักลงทุนทั้งหมด เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Center เป็นต้น
3.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่สินค้า มูลค่าลงทุนรวม 3.45 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10.6% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 82 ราย คิดเป็น 7.6% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงาน พร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก ให้เช่าสินค้า เช่น แผ่นเหล็กปูพื้น สำหรับใช้เป็นถนนชั่วคราวในพื้นที่ก่อสร้าง รถยกฟอร์กลิฟต์ เป็นต้น
4.ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม มูลค่าลงทุนรวม 2.73 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 36 ราย คิดเป็น 3.3% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในลักษณะ เช่น การออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ การออกแบบและให้คำปรึกษาทางเทคนิคเกี่ยวกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
5.ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ บริหารจัดการ มูลค่าลงทุนรวม 9.47 พันล้านบาท คิดเป็น 2.9% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 69 ราย คิดเป็น 6.4% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ เช่น ปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และที่พักระหว่างการศึกษาต่อ ปรึกษาแนะนำการประกอบธุรกิจด้านต่างๆ เป็นต้น
6.ธุรกิจการค้าส่ง มูลค่าลงทุนรวม 8.96 พันล้านบาท คิดเป็น 2.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 92 ราย คิดเป็น 8.5% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจการค้าส่งที่ลงทุน เช่น อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อุปกรณ์โทรคมนาคม เป็นต้น
7.ธุรกิจบริการทางการเงิน มูลค่าลงทุนรวม 7.62 พันล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 39 ราย คิดเป็น 3.6% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ให้กู้ยืมเงิน รับค้ำประกันหนี้ เป็นต้น
8.ธุรกิจบริการทางบัญชี มูลค่าลงทุนรวม 4.95 พันล้านบาท คิดเป็น 1.5% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 19 ราย คิดเป็น 1.8% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางบัญชีส่วนใหญ่เป็นการให้บริการแก่บริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่ม
9.ธุรกิจกิจการโรงแรม มูลค่าลงทุนรวม 2.56 พันล้านบาท คิดเป็น 0.8% ของการลงทุนทั้งหมด มีนักลงทุนรวม 8 ราย คิดเป็น 0.8% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจกิจการโรงแรมซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
10.ธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน มูลค่าลงทุนรวม 1.85 พันล้านบาท คิดเป็น 0.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีนักลงทุนรวม 34 ราย คิดเป็น 3.3% ของนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน เช่น บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการก่อสร้าง เป็นต้น
“ปี 2568 เป็นปีทองของไทยที่นักลงทุนชาวต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนสูงสุดในรอบ 5 ปี (2564-2568) จำนวนกว่า 3.24 แสนล้านบาท โดยสิงคโปร์ นำเงินเข้ามาลงทุนสูงสุด 1.03 แสนล้านบาท ตามด้วยญี่ปุ่น 8.56 หมื่นล้านบาท จีน 3.50 หมื่นล้านบาท ไต้หวัน 1.70 หมื่นล้านบาท มอริเชียส 1.65 หมื่นล้านบาท นักลงทุนรวม 1,078 ราย จ้างงานคนไทย 6,647 คน”นายพูนพงษ์ กล่าว
สำหรับปี 2569 คาดว่าชาวต่างชาติจะยังนำเงินเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นศักยภาพไทยที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบเศรษฐกิจที่ดี รองรับการเข้ามาประกอบธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะ 10 ธุรกิจดาวเด่นที่ชาวต่างชาติยังคงให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในปี 2569
ทั้งนี้อาจมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพ และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การประกอบธุรกิจของโลกอนาคตเข้ามาลงทุนมากขึ้น เช่น ธุรกิจดิจิทัล (Cloud/Cyber Security) ยานยนต์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ สุขภาพและการแพทย์ เป็นต้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี