วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ สำรวจความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่ามุ่งเน้นแนวทางเศรษฐกิจลักษณะใด โดยกลุ่มตัวอย่างมองว่าอยากให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจฐานราก 24.5% รองลงมาคือกระตุ้นกำลังซื้อและการใช้จ่ายของประชาชน 22.8% และปฏิรูปกฎระเบียบและเพื่อสร้างความโปร่งใส 20.8%
ส่วนรัฐบาลชุดใหม่ควรสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านวิธีการใดเป็นหลัก กลุ่มตัวอย่าง 35.6% บอกว่า ผสมผสานทุกแนวทางอย่างสมดุล 27.4% สร้างอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และ 14.5% พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและท่องเที่ยวในภูมิภาค สำหรับการขยายตัวของภาวะเศรษฐกิจไทย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่า ไตรมาส 1/2569 จะโตในระดับ 1.25-1.50% ส่วนทั้งปี 2569 มองว่าจะโตในระดับ 1.51-1.75%
ทั้งนี้ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจกับผลโพลที่ประชาชนตอบเหมือนนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งตีความได้คือกลุ่มตัวอย่างไม่ได้มาจากทั่วประเทศ แต่กลุ่มตัวอย่างน่าจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชี้ประเด็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังป่วย เป็นผู้ป่วยของอาเซียน ทำให้คำตอบประเด็นเรื่องการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจไปในแนวทางที่ประชาชนห่วงภาพเศรษฐกิจในอนาคต โดยเชื่อว่านโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมีแน่นนอนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นการพยุงเศรษฐกิจ แต่ประชาชนต้องการเห็นการเติบโตในระยะยาวที่เศรษฐกิจไทยต้องเติบโตเกิน 2% ให้ได้
ในขณะเดียวกันยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี ทุกภาคตอบเหมือนกันว่าแย่มากกว่าดี สะท้อนว่าบรรยากาศเศรษฐกิจยังไม่โดดเด่น โดยมองว่ามาจาก 5 ปัจจัย คือ 1.สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ราคาตก ทำให้กำลังซื้อของทั้งประเทศซึม 2.การส่งออกน่าจะไม่โดดเด่น ทิศทางการส่งออกย่อลง 3.การท่องเที่ยวช่วงเดือนธันวาคม 2568-มกราคม 2569 เริ่มกลับมาดีขึ้น แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังติดลบอยู่เมื่อเทียบกับต้นปี 2568 จุดที่น่าสังเกตคือนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยมากขึ้น สะท้อนว่าเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยว 35 ล้านคน จะเริ่มกลับมา ดังนั้นบรรยากาศการท่องเที่ยวยังไม่โดดเด่น แต่มีแนวโน้มฟื้นตัว
4.รัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ เพราะยังต้องใช้งบประมาณประจำไปพลางก่อน ดังนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ทำอะไรเพิ่มเติม จึงทำให้เม็ดเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงรัฐบาลรักษาการทำได้ไม่โดดเด่น ซึ่งทำให้งบลงทุนไม่ลงมาในระบบเศรษฐกิจจนกว่าจะมีรัฐบาลตัวจริง และ 5.สถาบันการเงินยังปล่อยสินเชื่อให้ SME และธุรกิจ ในอัตราติดลบอยู่ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าการขยายตัวของสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส
โดยบรรยากาศเหล่านี้ยังดำเนินอยู่และยังไม่คลี่คลายในไตรมาส 2/2569 เพราะกว่าที่สภาฯจะเลือกนายกรัฐมนตรี จะคัดสรรคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเริ่มทำงาน คาดว่าจะเริ่มทำงานได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่จะเริ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ดังนั้นในไตรมาส 2/2569 ทำให้มองว่าความหวังจะต้องถูกกระตุ้นทันทีด้วยมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุด เพราะยังไม่รู้ว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาได้เท่าไร ส่งออกจะซึมหรือไม่ สินค้าเกษตรยังไม่โดดเด่นเพียงพอ งบลงทุนระยะยาวของรัฐบาลยังไม่เด่นชัด
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรวางโครงคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นเชื่อว่ารัฐบาลจะใช้งบกับมาตรการ “คนละครึ่งพลัส”ในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งมองว่า 4-5 หมื่นล้านบาท น่าจะเพียงพอในการพยุงเศรษฐกิจ และใช้งบประมาณแผ่นดินในส่วนของงบประมาณขาดดุลในส่วนที่เหลือไปลงทุนเพื่ออนาคต เพราะไทยมีปัญหาอุปสรรคในเรื่องการเก็บภาษี ดังนั้นจากผลสำรวจจึงไม่แปลกที่ประชาชนมองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นในไตรมาส 3/2569
ทั้งนี้สัญญาณที่เห็นคือไตรมาส 1/2569 เป็นสัญญาณประคอง ไตรมาส 2/2569 เป็นตัวชี้วัดของเศรษฐกิจไทยว่าจะขยายตัวเด่นหรือไม่ เพราะครม.จะเริ่มทำงาน นโยบายของรัฐบาลเริ่มแถลงต่อสภาฯ สิ่งที่เป็นเมกะโปรเจกต์ของพรรคภูมิใจไทย คือแลนด์บริดจ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลมาผสมผสานอย่างไร แต่เชื่อว่าพื้นที่ EEC เป็นพื้นที่หลัก สัญญาณที่ภาคเอกชนเห็นคือต่างชาติเริ่มสนใจลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะดาต้าเซนเตอร์ จะเริ่มเห็นการลงทุน บรรยากาศต่างๆที่เข้ามาจากการวางนโยบาย และไตรมาส 3/2569 น่าจะเห็นบรรยากาศการลงทุนจากต่างประเทศ ถ้ารัฐบาลประกาศออกมา ทีมเศรษฐกิจเห็นได้ชัดอยู่แล้ว นโยบายที่ทำมาเช่น Quick Win ก็จะมีแนวโน้มทำต่อเนื่อง ดังนั้นจะเคาะสัญญาณสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนน่าจะทำได้ต่อเนื่อง รัฐบาลรักษาการเป็นคนทำงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ดังนั้นเมื่อเข้ามาต่อยอดการทำงบประมาณแผ่นดินปี 2570 จะทำได้เร็ว น่าจะนำเสนอต่อสภาฯช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 ทำให้การใช้งบประมาณทำได้ต่อเนื่อง และในเดือนตุลาคม 2569 ไม่น่าจะล่าช้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี