วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 48 ประจำเดือนมกราคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “ความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรมหลังการเลือกตั้ง ปี 2569”...พบว่า ผู้บริหารบริษัทที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในระดับปานกลาง โดยให้ความสำคัญกับคุณลักษณะของนักการเมืองในด้านความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากประวัติการทุจริตเป็นอันดับแรก
ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังประเมินว่า ผลการเลือกตั้งที่จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มออกมาในรูปแบบรัฐบาลผสม และ ผู้บริหาร ส.อ.ท. มีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศเป็นหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ ลดความเหลื่อมล้ำ และควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอจากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาทุ่มตลาด
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เนื่องจากการทุจริตถือเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มต้นทุนแฝงในการดำเนินธุรกิจ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ โดยจัดให้มีระบบควบคุมและป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ในทุกระดับ พร้อมเร่งรัดการปฏิรูปกฎหมาย หรือ Regulatory Guillotine เพื่อทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย ซ้ำซ้อน หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ
จำได้ว่าเรื่อง “ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” ภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลทำเรื่องนี้มาทุกยุคทุกสมัย...แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ ณ นาทีนี้...องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) หรือ TI ประกาศดัชนีคอร์รัปชัน 2568 หรือ Corruption Perceptions Index (CPI) 2025 โดยพบว่า ประเทศไทย ได้อันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ได้คะแนนไปเพียง 33 จาก 100 คะแนนเต็ม (ยิ่งคะแนนต่ำ ยิ่งคอร์รัปชันสูง) โดยตกลง 1 อันดับจากปี 2567 ที่ได้ไป 34 คะแนน...ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT บอกว่า คะแนน 33 คะแนน ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี อันดับของไทย ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เคยมีการจัดอันดับของ TI มา ถ้ามองในระยะใกล้ที่เพิ่งผ่านมา ช่วง 2 ปีกว่า 3 รัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้มีนโยบาย หรือมาตรการอะไรในการต่อต้านคอร์รัปชันให้เห็นเลย ไม่สนใจ และไม่พยายาม ตัวนี้จึงเป็นตัวฉุดอย่างชัดเจน เมื่อรัฐบาลไม่สนใจที่จะทำในเรื่องนี้จะทำให้บรรดาคนโกงทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เอกชน เกิดความไม่ยำเกรง และอาจหาญที่จะคดโกงบ้านเมือง...การคอร์รัปชันของไทย ไม่ใช่เรื่องแค่คนเลวไม่กี่คน แต่มันคือปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ที่ทำให้คอร์รัปชัน นับวันมีแต่ขยายตัว และเลวร้ายลงเรื่อยๆ
!! รัฐบาลใหม่...ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือกลุ่มคนที่เป็นรัฐบาลเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว บางรายอยู่ในรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารปี 2557...และกำลังจะอยู่ในรัฐบาลชุดใหม่นี้ด้วย...คิดดูแล้วกันปัญหาคอร์รัปชันของไทยมันจะแก้ได้ไหม
พงษ์พันธุ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี