วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ธุรกิจตั้งใหม่โตแรง ม.ค.69ต่างชาติลงทุน3หมื่นล้าน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมกราคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,418 ราย เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 (5,187 ราย) เพิ่มขึ้น 3,231 ราย คิดเป็น 62.29% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (8,862 ราย) ลดลง 444 ราย คิดเป็น 5.01% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 24,375 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 (13,385 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10,990 ล้านบาท คิดเป็น 82.11% และเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (24,950 ล้านบาท) ลดลง 575 ล้านบาท คิดเป็น 2.30%
ทั้งนี้ มีนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 2 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน รวมทั้งสิ้น 9,050 ล้านบาท คือ 1.บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 5,050 ล้านบาท ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาเชิงทดลองด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และ 2.บริษัท ทวีลาภ 698 จำกัด ทุนจดทะเบียน 4,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ซื้อขาย จัดส่ง สำรวจ พัฒนา แปรสภาพ และวางแผน
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ เดือนมกราคม 2569 มี 1,252 ราย เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 (6,112 ราย) ลดลง 4,860 ราย คิดเป็น 79.52% และเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (1,431 ราย) ลดลง 179 ราย คิดเป็น 12.51% ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 13,267 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 (17,797 ล้านบาท) ลดลง 4,530 ล้านบาท คิดเป็น 25.45% และเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (4,601 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 8,666 ล้านบาท คิดเป็น 188.36%
“ปี 2569 แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความผันผวน แต่ยังมีกลุ่มธุรกิจที่กรมฯมองว่ามีโอกาสทางการตลาด เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและมีฐานการเติบโตที่ดีในระยะยาวใน 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม 2.ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน 3.ธุรกิจสุขภาพและยา 4.ธุรกิจท่องเที่ยวและนันทนาการ และ 5.ธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ” นายพูนพงษ์ กล่าว

สำหรับการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนมกราคม 2569 มีการอนุญาต 113 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท การอนุญาตฯในเดือนมกราคม 2569 เพิ่มขึ้น 10 ราย (10%) เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (103 ราย) และมูลค่าลงทุนเพิ่มขึ้น 10,619 ล้านบาท (46%) เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (23,160 ล้านบาท)
ประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,390 ล้านบาท 2.ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% เงินลงทุน 15,315 ล้านบาท 3.สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% เงินลงทุน 420 ล้านบาท 4.สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% เงินลงทุน 5,513 ล้านบาท และ 5.ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% เงินลงทุน 587 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 24 ราย คิดเป็น 21% เงินลงทุน 6,554 ล้านบาท
ด้านการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของเดือนมกราคม 2569 มี 38 ราย คิดเป็น 34% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 9 ราย คิดเป็น 31% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2568 (29 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 19 ราย เงินลงทุน 5,293 ล้านบาท , สิงคโปร์ 5 ราย เงินลงทุน 4,310 ล้านบาท , ญี่ปุ่น 5 ราย เงินลงทุน 1,306 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 9 ราย เงินลงทุน 3,728 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี