วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘ปตท.’โชว์แกร่ง ปี68กวาดกำไรแตะ9หมื่นล้าน

‘ปตท.’โชว์แกร่ง ปี68กวาดกำไรแตะ9หมื่นล้าน

วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.45 น.

‘ปตท.’โชว์แกร่ง ปี68กวาดกำไรแตะ9หมื่นล้าน

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ผลการดำเนินงานของ ปตท.และบริษัทย่อย ปี 2568 มีกำไรตามส่วนงานลดลงตามราคาขายที่ลดลง ตามราคาน้ำมันอ้างอิงในตลาดโลก ประกอบกับค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปี 2567 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 35.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในปี 2568 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้รายได้ที่อ้างอิงเงินสกุลเหรียญสหรัฐปรับตัวลดลง


ทั้งนี้ ปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายจำนวน 2,662,145 ล้านบาท ลดลง 428,308 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 จากปี 2567 ที่จำนวน 3,090,453 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจก๊าซมีรายได้จากการขายลดลงเช่นกัน เป็นต้น ขณะที่ปี 2568 มี EBITDA 332,849 ล้านบาท ลดลง 63,385 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.0 จากปี 2567 จำนวน 396,234 ล้านบาท โดยหลักจากลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีผลการดำเนินงานลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง รวมถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานลดลง รวมถึงขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

ปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิจำนวน 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.1 จากปี 2567ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 90,072 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกำไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical Company Limited (Lotus) ของบริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเม้นท์ จำกัด (PTTGM) และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้น และควบรวมโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)

ในด้านฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย ณ 31 ธันวาดม 2568 จากการปรับแผนการลงทุน โดยมีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจที่มีอยู่เดิม รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ภายใต้นโยบายการเงินที่เข้มงวดทำให้ฐานะทางการเงินของกลุ่ม ปตท. ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นอยู่ในระดับสูงที่ 402,817 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2568 ขณะที่ระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง ตามกลยุทธ์การลดภาระหนี้ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มมูลค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ ปตท. ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่แข็งแกร่งเทียบเท่าระดับประเทศ ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดทุนยังยังมีความผันผวน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานของบริษัท

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,269,660 ล้านบาท ลดลง 169,124 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.9 จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,438,784 ล้านบาท

นอกจากนี้ คณะกรรมการมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิ และการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท เมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.40 บาท (เงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลัง 1.20 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น)

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top