‘ปตท.’โชว์แกร่ง ปี68กวาดกำไรแตะ9หมื่นล้าน
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ผลการดำเนินงานของ ปตท.และบริษัทย่อย ปี 2568 มีกำไรตามส่วนงานลดลงตามราคาขายที่ลดลง ตามราคาน้ำมันอ้างอิงในตลาดโลก ประกอบกับค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปี 2567 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 35.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในปี 2568 ค่าเงินบาทเฉลี่ยอยู่ที่ 33.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้รายได้ที่อ้างอิงเงินสกุลเหรียญสหรัฐปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ ปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายจำนวน 2,662,145 ล้านบาท ลดลง 428,308 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.9 จากปี 2567 ที่จำนวน 3,090,453 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้งปริมาณขายเฉลี่ยที่ลดลง นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจก๊าซมีรายได้จากการขายลดลงเช่นกัน เป็นต้น ขณะที่ปี 2568 มี EBITDA 332,849 ล้านบาท ลดลง 63,385 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.0 จากปี 2567 จำนวน 396,234 ล้านบาท โดยหลักจากลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีผลการดำเนินงานลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง รวมถึงกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานลดลง รวมถึงขาดทุนสต๊อกน้ำมัน
ปี 2568 ปตท. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิจำนวน 90,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.1 จากปี 2567ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 90,072 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 มีการรับรู้ Non-recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกำไรประมาณ 14,400 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายและเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินลงทุนใน Lotus Pharmaceutical Company Limited (Lotus) ของบริษัท ปตท. โกลบอล แมนเนจเม้นท์ จำกัด (PTTGM) และมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของการเข้าซื้อหุ้น และควบรวมโรงกลั่นน้ำมันของกลุ่มเชลล์ในสิงคโปร์ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)
ในด้านฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย ณ 31 ธันวาดม 2568 จากการปรับแผนการลงทุน โดยมีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจที่มีอยู่เดิม รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ภายใต้นโยบายการเงินที่เข้มงวดทำให้ฐานะทางการเงินของกลุ่ม ปตท. ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นอยู่ในระดับสูงที่ 402,817 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2568 ขณะที่ระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง ตามกลยุทธ์การลดภาระหนี้ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในโครงการสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มมูลค่าตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ ปตท. ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่แข็งแกร่งเทียบเท่าระดับประเทศ ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดทุนยังยังมีความผันผวน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานของบริษัท
ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,269,660 ล้านบาท ลดลง 169,124 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.9 จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่มีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,438,784 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะกรรมการมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติการจัดสรรกำไรสุทธิ และการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท เมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.40 บาท (เงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลัง 1.20 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษ 0.20 บาทต่อหุ้น)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี