จับกระแสพลังงาน : 10 มีนาคม 2569

จับกระแสพลังงาน : 10 มีนาคม 2569

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

**ราคาน้ำมันโลก (วันที่ 9 มีนาคม 2026)... พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเริ่มต้นการซื้อขายของสัปดาห์นี้ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 20% สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในวันนี้คือความกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่ตึงตัวและความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง…ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 18.35 ดอลลาร์ หรือ 19.8% สู่ระดับ 111.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 23:14 GMT ราคาน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 14.38 ดอลลาร์ หรือ 15.5% สู่ระดับ 107.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล...ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นมากกว่า 22% โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI เพิ่มขึ้น 15.27 ดอลลาร์ หรือ 16.8% มาอยู่ที่ 106.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่พุ่งขึ้นอีก 20.34 ดอลลาร์ หรือ 22.4% มาอยู่ที่ 111.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นของการซื้อขาย...

** จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง…คนไทยไม่ต้องกลัวไฟดับ...การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.)...ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ ทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)…


** กระทรวงพลังงาน...ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงาน โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันสำรองใช้ได้นานถึง 95 วัน และจะยังคงมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3%  สำหรับมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน จะยกเว้นให้กับ สปป.ลาว และเมียนมาเท่านั้น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานระหว่างกัน ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางพื้นที่เกิดจากความกังวลของประชาชน...รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซล 15 วัน (ถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะพิจารณาเรื่องการชดเชยราคาอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังมีแผนที่จะนำน้ำมันดีเซล B100 ที่ผลิตได้เองภายในประเทศมาใช้ และอาจพิจารณานำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปที่มีมาตรฐานรองลงมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า...

** บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มิใช่บุคคลธรรมดา และหุ้นกู้อายุ 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยอันดับเครดิตของทั้งองค์กรและหุ้นกู้ที่จัดโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 17 - 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 ทั้งนี้ในปี 2568 GULF มีกำไรสุทธิ (Net Profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.8% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง GULF และ INTUCH เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ซึ่งส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากการรวมธุรกิจจำนวน 56,120 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 28,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.4% จาก 1.) การรับรู้เงินปันผลจากการลงทุนใน KBank 2.) การรับรู้ผลประกอบการเต็มปีของโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) หน่วยที่ 3–4 3.) กำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar farm) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) ในประเทศที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2567 และปลายปี 2568 4.) กำไรจากธุรกิจนำเข้า LNG และ 5.) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก ADVANC, โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในส่วนธุรกิจหลักควบคู่กับการขยายพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของทางบริษัทฯ…สำหรับปี 2569 GULF ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่รวมกว่า 695 เมกะวัตต์ ทั้งโครงการ Solar Farm, Solar BESS, โรงไฟฟ้าขยะชุมชน และ Solar Rooftop รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐฯ ที่ได้รับอานิสงส์จากค่า Capacity Payment ที่พุ่งสูงขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ขณะที่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการมอเตอร์เวย์ M81 ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป และเริ่มดำเนินการโครงการ M6 ในไตรมาส 3/2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นของ AIS และการรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์ข้อมูล GSA01 ควบคู่ไปกับการรุกธุรกิจคลาวด์และโซลูชัน AI  เพื่อยกระดับสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นคงทางกระแสเงินสดให้กับกลุ่มบริษัทฯในระยะยาว...** 

 

** กระบองเพชร**

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top