วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า’บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรม‘ล้ง’ต่อเนื่อง หลังเกษตรกรต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมจากราคา‘มะพร้าวน้ำหอม’หน้าสวนตกต่ำอย่างหนัก เหลือเพียงลูกละ 2-3 บาท สวนทางต้นทุนสูงถึงลูกละ 7 บาท
20 มีนาคม 2569 ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน และทีมคณะทำงานของสำนักงาน กขค. โดยร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ในพื้นที่ พบข้อสังเกตด้านราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดแบบซื้อมาขายไปตามปกติ แต่อาจมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่เข้ามาแทรกแซงและพยายามกำหนดราคารับซื้อ
“ประเด็นแรกที่สำนักงาน กขค. จับตาและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ พฤติกรรมการจับมือกันฮั้วราคา เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการตั้งกลุ่มแชตไลน์ลับที่เกิดจากการรวมตัวแทนโรงงานกว่า 300 แห่ง เพื่อพูดคุยส่งสัญญาณและกำหนดทิศทางราคารับซื้อมะพร้าวลูกเขียว ไม่เกินลูกละ 10 บาทตลอดทั้งปี ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป หากเป็นการฮั้วในตลาดเดียวกัน จะต้องรับโทษทางอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ” ผศ.ดร.วิษณุ กล่าว

ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นที่สำคัญคือ พฤติกรรมของรายใหญ่ในตลาดหรือที่เรียกว่า ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งการมีสถานะเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดนั้นไม่ผิด หากแต่ห้ามใช้อำนาจเหนือตลาดไปสร้างเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาเช่นเดียวกับการฮั้วในตลาดเดียวกันตามข้างต้น พฤติกรรมทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเอาเปรียบเกษตรกร แต่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจไทยที่ต้องถูกกำหนดราคาจากระดับบน โดยมีพฤติกรรมที่ต้องตรวจสอบจากกรณีดังกล่าว เช่น การใช้อำนาจควบคุมระบบโลจิสติกส์และการกระจายตู้คอนเทนเนอร์ โดยกักตุนสินค้าไว้ในโรงงานไม่ยอมส่งออก เพื่อสร้างสถานการณ์ว่าผลผลิตล้นตลาด และใช้เป็นข้ออ้างในการกดราคารับซื้อจากเกษตรกรให้ต่ำที่สุด ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กขค. จะตรวจสอบและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยจะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงอยากขอความร่วมมือจากล้งต่าง ๆ ในการแสดงข้อมูลทางบัญชี และประวัติการซื้อขายเพื่อให้ตรวจสอบความโปร่งใส และขอย้ำว่า! การลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นการด่วนตัดสินว่าใครกระทำความผิด หากแต่เป็นการติดตามและกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน กขค. เพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม ให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเสรี พร้อมทั้งเตรียมนำรูปแบบการตรวจสอบในครั้งนี้ ไปขยายผลเพื่อใช้เป็นโมเดลในการแก้ปัญหาล้งรับซื้อผลไม้ประเภทอื่น ๆ ที่กำลังเผชิญปัญหาถูกกลุ่มทุนต่างชาติเข้าครอบงำด้วยเช่นกัน ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี