537.jpg
ผู้ตรวจการฯถกเข้ม! วางมาตรการช่วยเหลือมะพร้าวน้ำหอมไทย

ผู้ตรวจการฯถกเข้ม! วางมาตรการช่วยเหลือมะพร้าวน้ำหอมไทย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.22 น.

"ผู้ตรวจการแผ่นดิน"หารือ 16 หน่วยงาน วางมาตรการช่วยเหลือวิกฤตมะพร้าวน้ำหอมไทย ยกระดับและกำหนดมาตรฐานน้ำมะพร้าวแท้ นิยามน้ำมะพร้าวปลอม ปรับกระบวนการตรวจจับโรงงานน้ำมะพร้าวเถื่อน สกัด"นอมินี" แก้ไขโครงสร้างราคา

5 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นัดประชุม 16 หน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาการประกอบธุรกิจโดยอาศัยตัวแทนอำพราง (นอมินี) ของทุนข้ามชาติ การร่วมมือกดราคารับซื้อมะพร้าวน้ำหอม การปลอมและการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม เร่งวางมาตราการแก้ไขและป้องกันทุกมิติ ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานเศรษฐ กิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานผลิต ภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สำนัก งานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ สภาองค์กรของผู้บริโภค จังหวัดสมุทรสงครามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และผู้ร้องเรียน


นายทรงศัก เผยว่า จากการประชุมหารือเมื่อเดือนมีนาคมและลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่สมุทรสงคราม และราชบุรีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า นอกจากปัญหาวิกฤติราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำมากแล้ว ยังพบการปลอมและการปลอม ปนน้ำมะพร้าวน้ำหอม รวมทั้งการขยายตัวของนอมินีข้ามชาติ โดยพบพฤติกรรมกลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง เข้าครอบงำวงจรตลาดมะพร้าว (ล้ง) ตั้งแต่การรับซื้อไปจนถึงการตั้งโรงงานแปรรูปและถือครองที่ดินเกษตรกรรม ซึ่งล้วนสร้างความเสียหายต่อตลาดน้ำมะพร้าว และภาพลักษณ์ของสินค้าน้ำมะพร้าวไทยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น เพื่อวางมาตรการแก้ไขและป้องกันให้ครอบคลุมครบวงจรมากที่สุด ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเร่งประชุมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยที่ประชุมวันนี้ มีมติกำหนดแนวทางจัดการดังนี้ 1.ยกระดับและกำหนดมาตรฐานน้ำมะพร้าวแท้ ที่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายที่กำหนดสัดส่วนหรือส่วนผสมที่ชัดเจนในการจำแนกน้ำมะพร้าวแท้ 100% หรือน้ำมะพร้าวที่มีการผสมในสัดส่วนต่างๆ รวมถึงการตรวจวัดและพิสูจน์ทราบ โดยมาตรการระยะสั้น ได้เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรฐาน มอก.ซึ่งปัจจุบันเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ให้เป็นมาตรฐานบังคับไปพลางก่อน เพื่อให้มีเกณฑ์ทางกฎหมายในการควบคุมและมีบทลงโทษผู้ผลิตน้ำมะพร้าวปลอม

สำหรับมาตรการระยะยาว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการร่วมพิเศษ ในการสนับสนุนการให้มีการจัดทำมาตรฐานถาวร ระบบการตรวจสอบ และ Flowchart การทำงานตลอด Supply Chain คาดว่าจะเห็นโครงสร้างชัดเจนภายใน 12 - 15 เดือน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณานิยามความหมายของน้ำมะพร้าวปลอม และเกณฑ์การจำแนก โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวเลย (ใช้น้ำเปล่า / น้ำบาดาล ผสมสารเคมีและสารแต่งกลิ่นเลียนแบบ) และกลุ่มน้ำมะพร้าวแท้ที่มีการปนเปื้อนหรือผสมสารอื่นๆ ที่ไม่อนุญาต

2.ปรับกระบวนการตรวจจับ (SOP : Standard Operating Procedure) และอุดช่องว่างโรงงานเถื่อน โดยให้ปรับชุดตรวจเป็นลักษณะสหวิชาชีพ และเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจทุกๆ 3 - 4 เดือน โดยจะเน้นการตรวจสอบหลายช่วงเวลารวมถึงเวลากลางคืน เนื่องจากมีข้อมูลว่าโรงงานบางแห่งลักลอบผลิตในเวลากลางคืนเพื่อเลี่ยงการตรวจค้นในเวลากลางวัน ด้านการขนย้ายและตรวจสอบปลายทาง ต้องจัดวางระบบควบคุมการขนย้ายผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบ (Traceability) ไปจนถึงปลายทางได้อย่างเป็นระบบ การควบคุมโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งโรงงานกลุ่มนี้ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ประชุมจึงเสนอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การอนุญาต การกำกับดูแล และเพิ่มอำนาจทางกฎหมายให้ อปท. สามารถสั่งระงับการผลิตชั่วคราว หรือสั่งปิดโรงงานเถื่อนได้อย่างเด็ดขาด

3.แก้ไขโครงสร้างราคา และสกัดนอมินีต่างชาติ สถานการณ์ราคาหน้าสวนในช่วงที่ตกต่ำที่สุด ราคาดิ่งลงไปถึง 3 - 5 บาทต่อผล หากตกไซส์จะเหลือไม่ถึง 1 บาท หรือประมาณ 50 - 80 สตางค์ ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาเฉลี่ยที่ 13 - 15 บาทต่อผล แต่หากตกไซส์ประมาณ 8 - 9 บาท อย่างไรก็ตาม เกษตรกรเห็นว่าราคาที่คุ้มทุนและเหมาะสมควรอยู่ที่ 17 บาทขึ้นไป ซึ่งสาเหตุที่กลไกราคาบิดเบือนมาจากการฮั้วราคาของบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งล้งในลักษณะนอมินีประกอบกับการถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจากกลุ่มน้ำมะพร้าวปลอม หากปราบน้ำมะพร้าวปลอมได้ ปริมาณความต้องการของมะพร้าวแท้ในระบบจะเพิ่มขึ้นและช่วยพยุงราคาให้มีเสถียรภาพ

สำหรับมาตรการทางกฎหมายควบคุมทุนต่างชาติ ได้เสนอกระทรวงพาณิชย์ทบ ทวนระเบียบตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยพิจารณาบรรจุธุรกิจมะพร้าวและการแปรรูปมะพร้าวลงในบัญชีท้าย (บัญชี 1, 2 หรือ 3) เพื่อจำกัดสิทธิ์หรือควบคุมการถือหุ้นของกลุ่มทุนต่างชาติอย่างเข้มงวด เนื่องจากปัจจุบันหากตั้งล้งต่างชาติเพื่อการส่งออก 100% จะมีช่องว่างที่เกณฑ์ควบคุมการถือหุ้นของชาวต่างชาติในสัดส่วนแบบ 49% คนไทย 51% บังคับใช้ไม่ได้ผล นอกจากนี้ ต้องมีแผนพัฒนาขีดความสามารถคนไทย โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดทำแผนระยะยาวเพื่อยกระดับโรงงานแปรรูปของคนไทย ซึ่งปัจจุบันกว่า 200 แห่ง ยังมีลักษณะเป็นเพียงโรงงานรับจ้างผลิต หรือ OEM ภายใต้ทุนต่างชาติ รวมถึงพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้เองตลอดครบวงจรทั้งระบบตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาดและการจำหน่ายสินค้า

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top