วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) และ พล.ต. สัมพันธ์ ดำรงค์กุล รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน. ร่วมเป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว ประจำปี 2569 โดยมีหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเร่งปราบปรามการละเมิดฯ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์อย่างจริงจัง
ทั้งนี้ พิธีทำลายของกลางฯ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสภายใต้พันธกรณีในกรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก โดยสินค้าละเมิดฯ เหล่านี้ล้วนเป็นของที่ไม่มีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต เเละทรัพย์สินของประชาชน จึงจำเป็นต้องนำมาทำลายด้วยวิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อาทิ การเผาด้วยระบบจัดการของเสียหรือกากอุตสาหกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ การบดทำลาย การทุบหรือตัด เพื่อทำให้สินค้าละเมิดฯ เสื่อมสภาพ ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีทำลายของกลางฯ ในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเชิญผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หน่วยงานด้านต่างประเทศ และสื่อมวลชน รวมกว่า 300 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศผู้ค้า นักลงทุน และเจ้าของสิทธิ ว่าสินค้าละเมิดฯ จะไม่ถูกนำกลับมาหมุนเวียนในท้องตลาดได้อีก ซึ่งของกลางที่จะถูกนำมาทำลายมีหลากหลายประเภท ทั้งเครื่องแต่งกาย นาฬิกา กระเป๋า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อะไหล่รถยนต์ รวมทั้งสินค้าจำพวกยา เครื่องสําอาง อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยของกลางดังกล่าวเป็นผลการดำเนินการสำคัญจากการจับกุมและตรวจยึดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ 130,353 ชิ้น กรมศุลกากร 1,054,190 ชิ้น และกรมสอบสวนคดีพิเศษ 423,257 ชิ้น
ทั้งนี้ จากรายงานสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยยังคงถูกจัดอันดับอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) รัฐบาลจึงมุ่งเดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดฯ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และผลักดันให้ไทยหลุดพ้นจากบัญชีดังกล่าวในอนาคต ซึ่งความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตร
ด้านการป้องกันและปราบปรามการละเมิดฯ ที่เข้มแข็ง จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การเฝ้าระวังและปราบปรามเชิงรุกในทุกช่องทาง ควบคู่กับการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกด้านการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนถึงผลกระทบของสินค้าละเมิดฯ ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นด้านการค้าการลงทุนของประเทศ โดยทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการประกาศจุดยืน ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพยสินทางปัญญา และหากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดฯ สามารถแจ้งเบาะแสมาที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 หรือสายด่วน 1368
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี