533.jpg
10 สมาคมเหล็กไทยผวาโรงงานเหล็ก IF คืนชีพ กระทุ้งต่อภาครัฐ คุมเข้มมาตรฐาน

10 สมาคมเหล็กไทยผวาโรงงานเหล็ก IF คืนชีพ กระทุ้งต่อภาครัฐ คุมเข้มมาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.15 น.

10 สมาคมเหล็กไทย เดินหน้าไม่หยุด กระทุ้งต่อภาครัฐ เรียกร้องขอให้คุมเข้มอย่างจริงจังโรงงานเหล็ก IF  ก่อนอนุญาตคืนชีพ หวั่นเหล็กด้อยคุณภาพทะลักตลาด แสดงความกังวลกรณีโรงงานเตาหลอม IF เตรียมกลับมาผลิต ชี้หากขาดระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace-LF) เสี่ยงทำเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน มอก. พร้อมร้องขอ สมอ. และกรมโรงงานฯ ตรวจสอบมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและคุมเข้มการเลือกใช้ห้อง Lab ทดสอบ

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง ที่ปรึกษาสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ติดตามสถานการณ์กรณีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ซึ่งเคยถูกสั่งระงับการผลิตไปเมื่อปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดพบว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ทางสมาคมฯ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ยกระดับเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับอุตสาหกรรมก่อสร้างและความปลอดภัยของประชาชน


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ตัวแทนจาก 10 กลุ่มสมาคมเหล็กไทย ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเรียกร้องขอให้คุมเข้มและตรวจสอบโรงงานเหล็ก IF ก่อนที่จะเปิดให้กลับมาผลิตอีกครั้ง โดยประเด็นที่เรียกร้องประกอบด้วย

ประเด็นที่ 1. ด้านคุณภาพน้ำเหล็กและมาตรฐาน มอก. 20-2559 และ 24-2559  เนื่องจากหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กเส้นคือ การควบคุมส่วนผสมทางเคมีและการกำจัดสารมลทิน (Inclusions) ซึ่งโรงงานในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มัก “ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก หรือ Ladle Furnace (LF)” ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงธาตุเคมีให้เสถียรได้ตามที่มาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ หากอ้างอิงมาตรฐาน มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) จะพบว่าในส่วนประกอบทางเคมี ได้กำหนดค่าสารมลทินอย่างละเอียด เช่น ฟอสฟอรัส (P) และกำมะถัน (S) หากไม่มีระบบ LF การจะควบคุมค่าเหล่านี้ให้ต่ำและสม่ำเสมอทำได้ยากมาก ส่งผลให้เหล็กที่ผลิตออกมามีความเปราะหรือคุณสมบัติทางกลไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้น้ำเหล็กที่ไม่ผ่านการปรุงด้วย LF จะมีสิ่งปนเปื้อนสูง (Non-metallic inclusions) ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เหล็กขาดง่ายเมื่อรับแรงดึงหรือการดัดโค้ง

ประเด็นที่ 2. ข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ  ทั้งในส่วนของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) และ กรมโรงงานฯ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการควบคุมคุณภาพ สมาคมฯ จึงขอเสนอมาตรการดังนี้ 

- เงื่อนไขระบบปรุงน้ำเหล็ก ladle Furnace LF : เพราะการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวโดยละเลยกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน มอก. นั้น ถือว่ายังไม่เพียงพอต่อการรับรองคุณภาพที่ยั่งยืน ภาครัฐควรตั้งเงื่อนไขว่า โรงงานที่จะกลับมาผลิตใหม่ “ต้องมีระบบปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace)” ติดตั้งเป็นมาตรฐานพื้นฐาน หากโรงงานใดอ้างว่าใช้เทคโนโลยีอื่นทดแทน จะต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจาก “คณะกรรมการวิชาการของ สมอ.” เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถควบคุมสารมลทินได้จริง มิใช่แค่การสุ่มตรวจสอบจากสินค้าเพียงอย่างเดียวแล้วผ่าน โดยมิได้พิจารณากระบวนการผลิตว่ามีความสม่ำเสมอในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด

- การเลือกห้องปฏิบัติการ (Lab) : สมาคมฯ สนับสนุนให้มีการใช้ผลการทดสอบจาก สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) เป็นบรรทัดฐานหลัก เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งก่อนและหลังการปรับปรุงระบบการผลิตอย่างเป็นธรรม ป้องกันความพยายามการหลีกเลี่ยงผลทดสอบทางวิชาการที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ จึงขอให้ สมอ. กำกับดูแลให้มีการใช้ผลทดสอบจากสถาบันเดิมที่เคยตรวจทดสอบ

- มาตรฐานสิ่งแวดล้อม: ต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดมลพิษทางอากาศและของเสียจากการผลิตให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างครบถ้วน 100% ก่อนการพิจารณาให้กลับมาเดินเครื่องจักร โดยเฉพาะปัญหาเรื่องฝุ่นแดงและมลพิษจากการหลอมเศษเหล็กที่ปนเปื้อน จึงต้องมีการตรวจสอบระบบกำจัดมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายโรงงานอย่างเคร่งครัดก่อนออกใบอนุญาต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top