วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
‘รฟท.’ปรับไซส์‘สถานีอยุธยา’ไฮสปีดไทย-จีนเลี่ยงมรดกโลก
20 เมษายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมทดสอบการเดินรถเสมือนจริง (Trial Run) ของขบวนรถดีเซลรางปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48 ซึ่งได้รับการปรับปรุงและพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติ ทั้งด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร
ขบวนรถ KIHA 40 และ KIHA 48 มีจุดเด่นด้านความคล่องตัว โดยเตรียมพัฒนาเป็นขบวนรถในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และท่าอากาศยานดอนเมือง ปัจจุบัน รฟท. ได้ดำเนินการปรับปรุงขบวนรถแล้วเสร็จ จำนวน 6 คัน พร้อมเปิดให้บริการทดลองในรูปแบบ Feeder เส้นทาง ดอนเมือง – พระนครศรีอยุธยา เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนสู่ปลายทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และช่วยให้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในการขับรถยนต์ในช่วงวิกฤตพลังงาน
ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะเปิดให้บริการในวันจันทร์–วันศุกร์ แบบไป–กลับ รวม 6 ขบวนต่อวัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดจุดหยุดรับ–ส่งผู้โดยสารรวม 8 สถานี และที่หยุดรถ 1 แห่ง ได้แก่ สถานีดอนเมือง สถานีรังสิต สถานีเชียงราก ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถานีเชียงรากน้อย สถานีคลองพุทรา สถานีบางปะอิน สถานีบ้านโพ และสถานีพระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการดังกล่าวเป็นการทดลองเดินรถในระยะแรก โดย รฟท. จะติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด หากมีปริมาณผู้ใช้บริการเป็นไปตามเป้าหมาย รฟท. ได้เตรียมแนวทางพัฒนาและขยายรูปแบบการให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมมุ่งหวังให้ขบวนรถดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางประจำวันและการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในโอกาสเดียวกัน คณะสื่อมวลชนยังได้เข้าศึกษาดูงานความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ในสัญญาที่ 4–5 ช่วงบ้านโพ–พระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพมหานคร–หนองคาย โดยปัจจุบันผลงานก่อสร้างงานโยธายังมีความล่าช้าจำเป็นต้องกำกับงานก่อสร้างให้ต่อเนื่องกับงานติดตั้งระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณ โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับรูปแบบสถานีอยุธยา ได้มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มรดกโลก ตามข้อเสนอแนะขององค์การยูเนสโกและกรมศิลปากร โดยสถานีมีความยาวรวม 450 เมตร ตัวอาคารหลักกว้าง 38.7 เมตร พร้อมทางเข้า–ออก 3 จุด รวมถึงสิ่งอำนวยความ อาคารห้องควบคุม อาคารโรงไฟฟ้าย่อย พื้นที่จอดรถยนต์ และงานภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบ
ทั้งนี้ ได้มีการปรับแบบเพื่อลดผลกระทบด้านทัศนียภาพของแหล่งมรดกโลก โดยลดความสูงของโครงสร้างทางวิ่งจาก 19 เมตร เหลือ 17 เมตร และลดความสูงของอาคารสถานีจาก 54 เมตร เหลือ 28 เมตร รวมถึงปรับลดขนาดพื้นที่สถานีลงประมาณร้อยละ 13 เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ในส่วนของการดำเนินงานก่อสร้างสัญญา 4-5 จำนวน 1 สัญญา โดยแบ่ง 2 ส่วน ส่วน 1 ครอบคลุมงานสำรวจโบราณคดี งานก่อสร้างทางวิ่ง และงานโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ และส่วนที่ 2 เป็นงานก่อสร้างสถานีอยุธยา ทั้ง 2 ส่วน กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 36 เดือน ทั้งนี้ งานก่อสร้างในพื้นที่สถานีจะดำเนินการได้ภายหลังจากได้รับความเห็นชอบจากกรมศิลปากร และผ่านการสำรวจทางโบราณคดีเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ รฟท. ยังได้จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟในเส้นทาง กรุงเทพ – อยุธยา – ชุมทางบ้านภาชี – อุโมงค์พระพุทธฉาย – ชุมทางคลองสิบเก้า – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ เพื่อมุ่งเน้นการสะท้อนศักยภาพของโครงข่ายระบบรางไทยที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างหลากหลาย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก และเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อสถานีฉะเชิงเทรา ผ่านอุโมงค์พระพุทธฉาย ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวนำเสนอในรูปแบบการนำเที่ยวแบบวันเดียว (One Day Trip) ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางสามารถกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสำคัญที่เป็นที่นิยมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดฉะเชิงเทราได้ครบทั้ง 2 จังหวัดภายในวันเดียว อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแสดงถึงความพร้อมของระบบขนส่งทางรางในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของประเทศ
การดำเนินการเปิดทดลองเดินรถ KIHA 40 และ KIHA 48 ในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับโครงข่ายระบบรางให้เชื่อมโยงการเดินทางเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการเดินทางของประชาชนในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม และพร้อมปรับปรุงให้ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี