542.jpg
เคาะแล้ว‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แจกครั้งละพัน4ด. รัฐควัก60-ปชช.จ่าย40 เฟสแรกลงทะเบียนพ.ค.

เคาะแล้ว‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แจกครั้งละพัน4ด. รัฐควัก60-ปชช.จ่าย40 เฟสแรกลงทะเบียนพ.ค.

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เคาะแล้ว‘ไทยช่วยไทยพลัส’

แจกครั้งละพัน4ด.

รัฐควัก60-ปชช.จ่าย40

เฟสแรกลงทะเบียนพ.ค.

สิบล้อยกทัพอวย‘เอกนัฏ’

ปูดคนฟาดน้ำมันหมื่นล.

 

คลังอัปเกรด แปลงโฉม “คนละครึ่งพลัส” เป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยเดือนละพัน เป็นเวลา 4 เดือน โดยภาครัฐออก 60 ประชาชน 40 เยียวยาค่าครองชีพปชช.ในการซื้อสินค้า จะเปิดลงทะเบียนพฤษภาคม มีลุ้นได้ใช้มิถุนายน ด้าน ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ขนทัพภาคีเครือข่าย อวยรมว.พลังงาน ขยันทำงานเก่งเป็นคนหนุ่มไฟแรง ด้านเอกนัฏ ย้ำมันไม่ขึ้นพรวดพราด 5-6 บาทอีกแล้วหลังทุบโรงกลั่นอยู่หมัด


เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า ตนตั้งใจว่าจะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือนพ.ค.และใช้ได้ภายในเดือนมิ.ย.ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่จะมีส่วนช่วยในการเยียวยาด้วย และตามนโยบายนายกรัฐมนตรีอาจจะเป็น 60:40 คือ รัฐบาล 60 ประชาชน 40 และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ส่วนนี้ไม่ต้องเอามาสมทบ แต่ประชาชนชั้นกลางทั่วไปสามารถใช้ได้ ในส่วนที่จะเป็น 60: 40

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า จะเป็นการเยียวยาค่าครองชีพ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม เมื่อถามว่า เดือนละ 1 พันบาทหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นอย่างนั้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย ซึ่งได้ยืนอยู่ด้วย ได้กล่าวว่า ไม่ใช่คนละครึ่งแล้ว และทยอยแบ่งจ่าย 4 เดือน

ช่วงแรกใช้งบกลางก่อน

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังศึกษาและคิดโมเดลในการดำเนินการอยู่ ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่หลักๆ น่าจะคล้ายกับแบบเดิม เพียงแต่เปลี่ยนชื่อจาก”คนละครึ่ง”เป็น”ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงเปลี่ยนตัวเลขและสัดส่วนการดำเนินโครงการ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า รัฐจะออกให้ 60% ประชาชนออก 40%

เมื่อถามว่า จะจ่ายให้ 2,400 บาทเท่าเดิมหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า น่าจะกำหนดจ่ายให้เป็นรายเดือนมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น 1,000 หรือ 1,500 บาท ส่วนจะให้กี่เดือนนั้น ต้องดูวงเงินงบประมาณ และจำนวนสิทธิ์ที่ประชาชนจะได้ก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการคำนวณโมเดล

นายภราดร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบงบกลาง ซึ่งน่าจะมีประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนการโอนงบประมาณนั้น กำลังให้ทางสำนักงบประมาณไล่เช็คจำนวนอยู่ เมื่อถามว่า จะเริ่มโครงการเฟสแรกได้เมื่อไหร่ นายภราดร กล่าวว่า คิดว่าน่าจะเริ่มได้ในช่วงเดือนมิถุนายน

“ในช่วงแรกของโครงการ จะไม่ใช้งบประมาณจากการโอนงบ เพราะคาดว่าหากโอนงบแล้ว น่าจะใช้ได้ไม่เร็วกว่าเดือนกรกฎาคม เพราะฉะนั้น การดำเนินโครงการในเฟสแรก ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม คงต้องใช้งบกลางไปก่อน

เมื่อถามถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ในวันที่ 27 เมษายนนี้ นายภราดร กล่าวว่า ต้องให้รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ เป็นผู้เสนอเรื่องขึ้นมา ว่าจะมีนโยบายอย่างไร หลังจากนั้นค่อยมาหารือกัน

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รายละเอียดของโครงการดังกล่าว ต้องสอบถามรมว.คลัง เพราะขณะนี้ยังไม่นิ่ง เนื่องจากการดำเนินนโยบายต้องตัดสินใจหลายเรื่อง ทั้งนี้ การตั้งเป้าโครงการ ยังคงเป็นช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน

น้ำมันไม่ขึ้นพรวดพราด

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า จากนี้ราคาน้ำมันจะทยอยขึ้นทยอยลง ไม่พรวดพราด 5-6 บาทต่อลิตรอย่างที่ผ่านมา โดยผลจากการลดหน้าโรงกลั่น 2 บาทต่อลิตร และตามด้วย 5 บาทต่อลิตร ขณะที่ขายปลีกดีเซลลงอีก 1.50 บาทต่อลิตร ขณะที่สถานการณ์สิงคโปร์ 3 วันที่ผ่านมา สิงคโปร์ขึ้น 4 บาทต่อลิตร แต่เราสวนทาง โดยใช้กลไกราคาหน้าโรงกลั่นและราคาตลาดสิงคโปร์มาพิจารณาร่วมจนลดราคาขายปลีกลง สำหรับ 6 โรงกลั่น หลังลดหน้าโรงกลั่นล่าสุด ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีปัญหาอะไร

ส่วนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันติดลบกว่า 6 หมื่นล้าน กำลังดูตัวเลข 2 ตัว ทั้งยอดรวม และติดลบเพิ่มเท่าไหร่ต่อวัน เพราะก่อนหน้านี้เราตามราคาตลาดไม่ทัน ทำให้เราต้องรีบขึ้นราคาเร็วๆ 6 บาท พอตลาดลงมา แทนที่จะลงได้เร็วเราก็ต้องทยอยลง เพราะขึ้นก็ไม่ทัน ลงก็ไม่ทัน แต่ตอนนี้ทันแล้ว เราแทบจะดูตลาดโลกได้เลย ดีเซลเราใช้ถูกกว่าเพื่อนบ้านเล็กน้อย

นายเอกนัฏกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนใช้เบนซินมองว่ารัฐบาลให้อุดหนุนดีเซล เป็นการอุดหนุนข้ามกลุ่ม ว่า ไม่ใช่แบบนั้น เราดูหนี้เก่า เบนซินก็พยายามทอนคืน เดี๋ยวก็ต้องทำให้เป็นบวกเหมือนกัน

ให้กำลังใจ”เอกณัฐ”

วันเดียวกันนายทองอยู่ คงขันธ์ ประสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการขนส่ง 13 สมาคม เช่น นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย , นายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก,นายกสมาคมขนส่งสินค้าจากภาคต่างๆ เดินทางมายังกระทรวงพลังงานเพื่อเข้าพบ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงานเพื่อยื่นหนังสือและประชุมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการขนส่งและผู้บริโภคทั่วประเทศ

นายทองอยู่ ระบุว่าสหพันธ์การขนส่งทางบกและเครือข่ายเชื่อมั่นและพร้อมให้การสนับสนุนโครงการพลังงานสุดซอยของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกที่เน้นการตรวจสอบและจัดการกับกลุ่มผลประโยชน์แอบแฝงหรือขบวนการกักตุนน้ำมันที่ส่งผลให้ระบบพลังงานของประเทศเกิดความปั่นป่วน

โดยสหพันธ์พร้อมเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ให้กับรัฐมนตรี หากเป็นการดำเนินงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความถูกต้องยุติธรรมให้เกิดขึ้นในระบบพลังงานอย่างยั่งยืน

ชมนักการเมืองรุ่นใหม่

นอกจากนี้นายทองอยู่ ยังได้กล่าวแสดงความยินดี กับการก้าวเข้ามาทำงานของนายเอกนัฏ โดยตนเองรู้สึกยินดีที่กลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับปัญหาและมุ่งมั่นทำงานเพื่อส่วนรวม

อย่างไรก็ตามในการเดินทางมาหารือครั้งนี้ตนเองพร้อมหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงทั้งในส่วนของปลัดกระทรวงและอธิบดีเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาน้ำมันหายออกจากระบบ ซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังว่าน้ำมันที่ส่งออกจากโรงกลั่นที่หายไปในขั้นตอนใดก่อนจะถึงมือผู้บริโภค โดยมีรายงานความเสียหายว่าอาจมีกลุ่มผลประโยชน์รับผลพลอยได้จากเหตุการณ์นี้สูงถึง 16,000 ล้านบาท

ทางสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยยังได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะช็อก จากการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างฉับพลันรวดเดียวถึง 6 บาท หากไปย้อนดูในช่วงที่ผ่านมาการปรับขึ้นราคาน้ำมันรวดเร็วที่สูงแบบนี้นั้น ถือเป็นสถิติการปรับขึ้นที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2521 และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในหลายพื้นที่จากการกักตุน

นายทองอยู่ ยังยืนยันว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของประชาชนทั่วไป แต่เป็นความผิดปกติในระบบบริหารจัดการน้ำมันที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดไปถึงต้นตอของปัญหา ในส่วนของความโปร่งใสภายในกระทรวงพลังงาน

จี้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง

นายทองอยู่ได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของข้าราชการประจำบางส่วนที่มีการควบตำแหน่งในคณะกรรมการขององค์กรต่างๆจนอาจนำไปสู่ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและความคลางแคลงใจของประชาชน ดังนั้น จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร่งสร้างระบบที่ตรวจสอบได้และยึดถือความถูกต้องเป็นที่ตั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ประชาชน

โดยเฉพาะการบริหารจัดการกองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นเงินของประชาชนทุกคนที่ปัจจุบันต้องแบกรับภาระหนี้สินติดลบกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งต้องไม่ปล่อยให้เงินจำนวนนี้สูญเปล่าไปกับกลุ่มทุจริต ขณะที่ผลกระทบในวงกว้างนั้น นายทองอยู่ระบุว่าวิกฤตพลังงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคการขนส่งเท่านั้นแต่ได้ลุกลามไปสู่ภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย รวมถึงยังเป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่การ สร้างกำแพงภาษีและการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศในอนาคต

“สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยซึ่งประกอบด้วย 15 สมาคมภาคีเครือข่าย และดูแลรถบรรทุกกว่า 1.5 ล้านคันทั่วประเทศจึงขอยืนหยัดที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐในเชิงบูรณาการ เพื่อประคับประคองให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถก้าวข้ามวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปได้ภายใต้การบริหารงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง”

อย่างไรก็ตาม นายทองอยู่ ย้ำว่า ครั้งนี้ตนเองและภาคีเครือข่ายไม่ได้มาเพื่อก่อม็อบแต่อย่างใดแต่ต้องการมาเพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาพร้อมกับภาครัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาจริงๆ เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาเกรงว่าในอนาคตจะกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤต ที่จะกระทบทั้งวิกฤตพลังงานจนนำไปสู่ให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นได้

ขิงห่วงผู้ประกอบการขนส่ง

ขณะที่นายเอกนัฏ ยอมรับว่า ตนเองเป็นห่วงผู้ประกอบการภาคขนส่งมากที่สุด เพราะหากต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ก็จะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะกระทบทั้งห่วงโซ่ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนเองได้มีการหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถึงการที่จะมาพบสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้ากระทรวงพลังงานเตรียมเสนอวาระพลังงานให้เป็นวาระแห่งชาติ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ทั้งเรื่องน้ำมัน ไฟฟ้าและการรณรงค์ให้ประชาชนใช้โซล่าร์รูฟท็อป โดยยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งได้จัดการปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจากวิกฤติตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงใยต้นทุนของภาคการขนส่ง เพราะจะเกี่ยวเนื่องไปยังราคาสินค้า ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการหารือเพื่อหาแนวทางลดภาระประชาชนแบบมุ่งเป้า เช่น มาตรการที่ได้ทำไปแล้วก่อนหน้านี้คือการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพให้แก่ภาคเกษตรและภาคขนส่ง เช่น น้ำมันดีเซล B7 B10 B20 โดยจะมีการประเมินผลลัพธ์ของมาตรการดังกล่าวครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเป็นรูปธรรม

เร่งหาทางช่วย‘หมู-ไก่-ไข่’

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อและไก่ไข่ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่–ลำพูน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ สหฟาร์ม คาร์กิลล์มีทส์ อัครากรุ๊ป วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป และเอส พี เอ็ม เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความสมดุล ไม่เป็นภาระต่อผู้ผลิตและไม่กระทบต่อผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน

จากการติดตามพบว่าสภาพอากาศที่ร้อนในปัจจุบัน ยังคงส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสัตว์ แม้ผลผลิตจะออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสัตว์กินอาหารลดลง ทำให้มีการเติบโตช้ากว่าปกติ และมีผลผลิตที่ไม่ตรงตามมาตรฐานเดิม แต่จากปัจจุบันที่สภาวะการค้าที่เริ่มชะลอตัวหลังสงกรานต์จากความต้องการบริโภคที่ลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าทั้งไข่ไก่และสุกรยังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนไก่เนื้อมีแนวโน้มที่จะมีการปรับลดลงจากผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า

คาดเล็งต้องปรับราคา

ขณะที่ผู้แทนผู้ประกอบการรายใหญ่ ระบุข้อกังวลเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของสินค้าภาคปศุสัตว์ อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง กดดันให้วัตถุดิบบางตัวได้รับผลกระทบทำให้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นได้ในช่วงระยะถัดไป ซึ่งทำให้ต้นทุนภาพรวมของสินค้าหมวดปศุสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต

เรือคลองแสนแสบ ลด 1 บาท

นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด เจ้าของ เรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า เนื่องจากสภาวะน้ำมันดีเซล ณ วันที่ 24 เมษายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ลิตรละ 40.20 บาทนั้น ทำให้อัตราต้นทุนของบริษัทลดลงบริษัท ดังนั้นในวันนี้ เรือคลองแสนแสบจึงประกาศปรับลดราคาค่าโดยสารลงระยะทางละ 1 บาทตามกลไกของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งจะทำให้ค่าโดยสารปรับลดลงมาอยู่ระหว่าง 16 ถึง 26 บาทตามระยะทาง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top