533.jpg
คมนาคม โยน ดีอี เช็กบิลแอปเรียกรถ นักเรียนสาวหวิดสังเวยคนขับสวมไอดี

คมนาคม โยน ดีอี เช็กบิลแอปเรียกรถ นักเรียนสาวหวิดสังเวยคนขับสวมไอดี

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.16 น.

"สิริพงศ์" รมช.คมนาคม ขีดเส้นตาย 4 เดือน "กรมการขนส่งทางบก"ต้องสรุปทางออกปัญหารถแอป จัดระเบียบใหม่ให้ตอบคำถามประชาชนได้ ยอมรับยังไม่ครอบคลุมเรื่องแนวทางจัดการเรื่องร้องเรียน ย้ำมีบทบาทแค่เรื่องจัดการตัวคนขับ แต่การกำกับแพลตฟอร์ม เป็นหน้าที่กระทรวงดีอี ฟาก"ภาคประชาสังคม"โวยการโยนปัญหาข้ามกระทรวง เปิดช่องโหว่การบังคับใช้กฎหมายเอาผิดแพลตฟอร์ม ยกเคสล่าสุดนักเรียนหญิงต้องบาดเจ็บ เพราะกระโดดรถหนีคนขับหื่นสวมไอดี หวั่นถ้าเหยื่อหนีไม่ทัน ใครจะรับผิดชอบ

ตามที่มีข่าวนักเรียนหญิงเรียกบริการแอปพลิเคชันเรียกรถแห่งหนึ่ง เพื่อให้ไปส่งที่บ้าน แต่ผู้ขับขี่ได้ขับรถเลยที่หมายซึ่งแม้ผู้โดยสารจะแจ้งเตือนแล้วก็ไม่ยอมหยุดรถ จนผู้โดยสารที่เป็นนักเรียนต้องกระโดดลงจากรถเองกลางสี่แยกจนได้รับบาดเจ็บ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า กรณี เรื่องร้องเรียน กรมฯ ได้เรียกทางแอปที่ให้บริการมาตักเตือนแล้ว โดยเอาใบแจ้งความให้ดู และแจ้งว่าผู้เสียหายจะดำเนินการตามกฎหมาย ที่ผ่านมากรมฯ มีการจัดการกับเรื่องร้องเรียนในแต่ละเดือนหลายร้อยราย และไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีหน้าที่จัดการคนขับ ส่วนการจัดการแอปต้องให้กระทรวงดีอีจัดการ


ด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงนโยบายในการกำกับดูแลบริการรถสาธารณะที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (บริการรถแอป) ว่า ล่าสุดได้มอบนโยบายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) หาข้อสรุปแนวทางการจัดการรถสาธารณะที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม ภายใน 4 เดือน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีทางออกรูปแบบมาตรการที่ตอบโจทย์ของทุกฝ่าย บนวัตถุประสงค์ที่จะนำผู้ขับเข้าสู่ระบบ โดยให้ประโยชน์จะตกกับประชาชนต้องดูว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไรไม่ใช่รัฐควบคุม

อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า กำหนดเส้นตาย 4 เดือนนี้ ยังไม่ครอบคลุมถึงแนวทางการจัดการกับปัญหาเรื่องร้องเรียน และการลงรายละเอียดในเรื่องมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เนื่องจากมองเป้าแรกที่การทำให้รถจำนวน 38,000 คันที่ให้บริการผ่านแอปอยู่ในปัจจุบัน เข้าสู่ระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ขับ จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และมีมาตรการความปลอดภัยที่ต้องมีมากกว่าแอปพลิเคชัน ต้องมีกลไกเอาผิดตามกฎหมาย ที่เข้ามาควบคุมเพื่อให้ดำเนินการเอาผิดได้

สำหรับกรณีล่าสุดมีเรื่องร้องเรียนจากนักเรียนหญิง ที่ถูกไรเดอร์สวมไอดีคนขับโบลท์ พาออกไปนอกเส้นทางจนต้องเสี่ยงกระโดดหนีจากรถจนได้รับบาดเจ็บนั้น ได้เรียกทางแอปมาเพื่อตักเตือนแล้ว โดยเอาใบแจ้งความให้ดู และแจ้งว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย

“การจัดการกับเรื่องร้องเรียนนั้น ในแต่ละเดือนมีจำนวนรวมๆ กันหลายร้อยราย เรามีหน้าที่จัดการคน ส่วนเรื่องการจัดการแอป ต้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดการ” นายสิริพงศ์ กล่าว

รมช.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับประเด็นการต่อใบอนุญาตผู้ให้บริการ ต้องดูเป็นกรณี เพราะรัฐบาลกำลังจะออกมาตรการใหม่ เช่น การเอารถเก่ามาแลกซื้อรถไฟฟ้า กำลังมีแนวคิดเอารถสาธารณะมาเข้าโครงการด้วย ส่วนตัวมองว่าน่าจะดีเพราะถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรถในการใช้พลังงาน อีกทั้งการให้ใบอนุญาตขนส่ง ที่ผ่านมามีความชัดเจน แต่ก็ยอมรับว่าหลายกรณียังมีการทำผิดเกิดขึ้น เช่น การปล่อยให้คนต่างชาติมาขับรถแอป ทั้งๆ ที่อาชีพขับรถสาธารณะสงวนไว้สำหรับคนไทย

ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า สิ่งที่คมนาคมทำตอนนี้ คือมาตรการดูแลคน ก็คือคนขับ ส่วนแอป เป็นหน้าที่ของกระทรวงดีอี เป็นคนดูแลแพลตฟอร์ม เรื่องนี้คงต้องคุยกับกระทรวงดีอีด้วย การจัดการปัญหานี้ จะต้องดูว่าทำยังไงไม่ให้เป็นภาระมากขึ้น รวมไปถึงคนที่ทำตามกฎหมายเก่ามาก่อน จะดูแลอย่างไร

ด้าน อธิบดีกรมกาารขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัจจุบันมีรถสาธารณะที่จดทะเบียนเข้าสู่ระบบแล้วประมาณ 1,800 คัน มีรถที่แสดงความจำนงจะจดทะเบียนอีก 38,000 คัน การจัดการคือจัดการกับผู้ขับที่ไม่ถูกกฎหมายให้เข้าระบบ โดยจะมีมาตรการจัดระเบียบการกำกับดูแลให้บริการประชาชน

ขณะที่ แหล่งข่าวจากภาคประชาสังคม และการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า รู้สึกหมดหวังกับการทำหน้าที่ตามบทบาทของกระทรวงคมนาคม และ ขบ.ในการกำกับดูแลบริการเรียกรถผ่านแอป และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะจากคำให้สัมภาษณ์ข้างต้น แสดงนัยยะของการปล่อยปละละเลยแพลตฟอร์ม ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และละเลยปัญหาความปลอดภัยของผู้โดยสาร

โดยเฉพาะจากกรณีล่าสุดที่เหยื่อเป็นนักเรียนหญิง ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนถึงการปล่อยให้มีการสวมไอดีคนขับ เปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้ามาอยู่ในแอป แต่ผู้บริหารของหน่วยงานกำกับดูแล และผู้ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการเรียกรถผ่านแอป กลับทำแค่เรียกมาตักเตือน โดยไม่มีการกล่าวถึงมาตรการอื่นๆ ที่ชัดเจน อีกทั้งมีการโยนความรับผิดชอบกันข้ามหน่วยงานไปที่กระทรวงอื่นด้วย

“ที่ผ่านมาปัญหาความปลอดภัยและความเสี่ยงของผู้โดยสารหญิง จากคนขับสวมไอดี เกิดขึ้นและเป็นข่าวดังหลายครั้ง แต่ทาง ขบ.รวมถึงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด ขบ.กลับไม่มีความเคลื่อนไหวที่จะนำมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์ประเมินเรื่องการให้/ต่อใบอนุญาต ซึ่งถือได้ว่าแตกต่างกับมาตรฐานสากลทั่วไปของธุรกิจลักษณะเดียวกันนี้ จนเรียกได้ว่าเหมือนละเลยเรื่องความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้โดยสาร ทำให้น่าเป็นห่วงว่าถ้าหน่วยงานกำกับดูแลไม่เข้มงวด ความเสี่ยงของผู้โดยสารก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” แหล่งข่าวกล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดหวังที่จะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงดิจิทัลฯ ในการจัดระเบียบแพลฟอร์มเรียกรถผ่านแอป ที่ครอบคลุมทุกมิติอย่างแท้จริงโดยเร็ว เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ภาครัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล เห็นประโยชน์ประชาชนในส่วนร่วม มากกว่าที่จะเอื้อประโยชน์ภาคเอกชน ด้วยการปล่อยให้ละเมิดกฎระเบียบทางกฎหมายต่อไป

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top