วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ระหว่าง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับกรมทางหลวง (ทล.) ว่า การลงนาม MOU ดังกล่าว เป็นการแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน และอำนวยความสะดวก ลดภาระแก่ประชาชนในการติดต่อราชการโดยไม่ใช้สำเนาเอกสาร เป็นไปตามตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ที่เห็นชอบมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน (การไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน) ตามตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวก ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญในการให้บริการประชาชนมาอย่างต่อเนื่องในการเข้าถึงบริการภาครัฐ สร้างความโปร่งใส และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยุคดิจิทัลที่ทำให้ประชาชนสะดวกขึ้น ไม่ต้องเดินทาง ลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูล เป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญเพื่อรับ - ส่งข้อมูล และขออนุญาต/ขอเอกสารสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการบ้านเมืองราบรื่นและตรวจสอบได้
ในการลงนาม MOU ครั้งนี้ สามารถบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศได้ทันที ทำให้ทั้ง 2 หน่วยงานสามารถนำข้อมูลแต่ละหน่วยงานมาให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการให้บริการได้มากขึ้น ทั้งนี้กระทรวงฯวางแผนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data)
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ความร่วมมือบูรณาการข้อมูลกับ ทล. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงฯให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้น โดย ขบ.จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง
นอกจากนี้ ขบ.จะนำข้อมูลที่ได้จาก ทล.ไปพัฒนาระบบแผนที่ของหน่วยงาน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสาร และการกำหนดนโยบาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยการบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงฯสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-driven Organization ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบ Smart Transport ของไทย
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านคมนาคมและความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดย ทล.จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง เป็นต้น เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ. ในขณะเดียวกัน ทล.จะนำข้อมูลจาก ขบ. มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี