533.jpg
‘ศุภจี’สั่งลุยสกัด‘นอมินี’ ดึง 21 หน่วยงานเซ็น‘MOU’ 29 เม.ย.

‘ศุภจี’สั่งลุยสกัด‘นอมินี’ ดึง 21 หน่วยงานเซ็น‘MOU’ 29 เม.ย.

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมฯเร่งดำเนินงานป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อสกัดกั้นการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ (นอมินี) และป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ อาทิ การฟอกเงิน และการประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมฯได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร คัดกรองนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ 5 คำสั่ง 2 ประกาศ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ก่อนการรับจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งหลังจากที่กรมฯได้บังคับใช้คำสั่งให้กลุ่มเสี่ยงต้องส่งหลักฐานทางการเงินเพิ่มเติม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้ไตรมาสแรกปี 2569 พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงอย่างก้าวกระโดดถึง 60% (พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่พบ 3,511 บริษัท


ทั้งนี้กรมฯยังได้เพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุน และบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ส่งผลให้ช่วงวันที่ 1-23 เมษายน 2569 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% หรือเพียง 175 บริษัท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่พบ 658 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่างๆที่กรมฯได้ออกมาก่อนหน้านี้ ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม

โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568-23 เมษายน 2569 กรมฯและหน่วยงานพันธมิตร ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดธุรกิจใน 3 ด้านคือ 1.ดำเนินการเร่งด่วนตามนโยบาย Quick Big Win เพื่อแก้ปัญหานอมินี โดยตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นที่อาจมีลักษณะนอมินี พร้อมกับนำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) 11 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี/ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพฯ และปริมณฑล

2.การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว และส่งต่อข้อมูลนิติบุคคลที่เข้าข่ายนอมินี ไปยัง 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด อาทิ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 534 ราย ,กรมสรรพากร 6,709 ราย ,สำนักงานประกันสังคม 137 ราย ,กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) 117 ราย ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) 25 ราย และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 15 ราย 

3.การตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พบมีธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 4,372 ราย  ประกอบด้วย ธุรกิจบัญชีหนึ่ง ซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด 256 ราย ธุรกิจบัญชีสอง และธุรกิจบัญชีสาม ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ 4,116 ราย โดยกรมฯจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่าประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ดีนางศุภจี ได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง โดยมีกำหนดจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) รวม 21 หน่วยงาน ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดโดยการใช้คนไทยเป็นนอมินี สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการนอมินี ประกอบกับบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top