วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569
เปิดผลสำรวจ‘แรงงานไทย’รายได้ต่ำ‘ชักหน้าไม่ถึงหลัง’ หนี้พุ่งเกือบทั้งประเทศ ออมแทบไม่ได้ สะท้อนแรงกดทับค่าครองชีพฉุดเศรษฐกิจฐานราก
28 เมษายน 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพแรงงานไทยปี 2569 จัดทำโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าไทย จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 1,250 คน พบภาพสะท้อนที่น่ากังวลของแรงงานรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทั้งจากรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นสวนทางค่าครองชีพ ภาระหนี้ที่สูงขึ้น และความสามารถในการออมที่ลดลง จนกลายเป็น “วิกฤตเงียบ” ที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
ผลสำรวจชี้ว่าแรงงานส่วนใหญ่ยังคงมีรายได้อยู่ในช่วง 10,001–15,000 บาทต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีถึง 37.3% ระบุว่ารายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่มีเพียง 9.9% ที่รายได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากอยู่ในภาวะ “พออยู่พอกินแต่ไม่เหลือเก็บ” หรือบางส่วนเริ่มเข้าสู่ภาวะรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ซึ่งมีสัดส่วนรวมกว่า 13% โดยปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง
ในด้านการออม พบว่าสถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง โดยแรงงานถึง 79.1% ไม่มีเงินออมเลย ขณะที่ผู้ที่มีเงินออมสามารถเก็บได้เฉลี่ยเพียง 1,219 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 10% ของรายได้เท่านั้น สะท้อนถึงความเปราะบางทางการเงินอย่างชัดเจน โดยเมื่อประเมินความสามารถในการดำรงชีวิต หากไม่มีรายได้เพิ่มเติม เงินที่มีอยู่จะเพียงพอใช้ได้เฉลี่ยเพียง 2 เดือนเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ภาระหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง โดยพบว่ากว่า 98% ของครัวเรือนมีหนี้สิน และมีหนี้เฉลี่ยสูงถึงเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน พร้อมภาระผ่อนชำระเฉลี่ยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นหนี้เพื่อการบริโภคและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มากกว่าการลงทุนหรือสร้างรายได้ในอนาคต สะท้อนว่าแรงงานไทยจำนวนมากกำลังใช้หนี้เพื่อ “ประคองชีวิต” มากกว่าสร้างความมั่นคง
แรงกดดันจากหนี้ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยกว่า 55.8% ของแรงงานระบุว่าต้องลดการใช้จ่ายลงอย่างมาก และมากกว่าครึ่งคาดว่าจะลดการใช้จ่ายต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่กำลังหดตัว และอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในวงกว้าง
ในมุมของแรงงานเอง พบว่ากว่า 68% มองว่าค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน “ไม่เพียงพอ” ต่อค่าครองชีพ และประเมินว่าค่าแรงที่เหมาะสมควรอยู่ที่ระดับประมาณ 495 บาทต่อวัน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงก็ยังสร้างความกังวลใหม่ โดยแรงงานจำนวนหนึ่งกังวลว่าราคาสินค้าจะปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าค่าแรง และอาจส่งผลให้คุณภาพชีวิตไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนขึ้น คือ “รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ” และ “หนี้ที่กลายเป็นภาระถาวร” ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อคุณภาพชีวิตของแรงงาน แต่ยังส่งผลต่อกำลังซื้อ การบริโภค และการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาดูแลทั้งในด้านค่าแรง การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ข้อมูลจากผลสำรวจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภาพสะท้อนของแรงงานรายได้ต่ำเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน” ต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า หากปัญหาค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจกลายเป็นแรงฉุดสำคัญที่ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเปราะบางยิ่งขึ้นในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี