วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
‘ไลอ้อน’กาง Road Map สู่ 30,000 ล้าน จัด Town Hall เร่งทรานส์ฟอร์ม พลิกโฉมองค์กร
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและรุนแรง หากเอ่ยชื่อบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ชื่อของ “ไลอ้อน (ประเทศไทย)” ที่มีแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิ โชกุบุสซึ ซอลส์ ซิสเท็มมา คิเรอิคิเรอิ เปา ไลปอนเอฟ โคโดโม ย่อมเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง จากวันแรกที่เริ่มต้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 57 ปี ไลอ้อนฯ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นผู้ดูแลสุขอนามัยของคนไทยทุกช่วงวัย ตั้งแต่ยาสีฟันหลอดแรกของเด็กเล็กไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
แต่ในวันนี้ เมื่อโลกก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคใหม่ ที่ความสำเร็จเดิมอาจไม่ใช่หลักประกันของอนาคต คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด คนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งในปีนี้ จึงได้ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญ พร้อมกางโรดแมป (Mid-term Plan) เพื่อผลักดันองค์กรสู่เป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้านบาท
#ถอดรหัส Road Map 30,000 ล้าน: จาก FMCG สู่ New Growth Engine
บทเรียนจากหลายปีที่ผ่านมา การแข่งขันในตลาด FMCG แบบเดิมนั้น เป็นการแข่งขันในตลาดที่อิ่มตัว (Saturated Market) และเริ่มมีตัวเลขเติบโตติดลบทำให้มีการแข่งขันด้านราคาที่สูง เป็นตลาดแดงเดือดที่เน้นไปที่การทำโปรโมชัน 1 แถม 1 ทำให้กุญแจสำคัญของโรดแมปนี้ คือการสร้างวิธีการทำตลาดแบบใหม่ ๆ เพื่อเลี่ยงสงครามราคา รวมทั้งการสร้าง Growth Engine ใหม่ ที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน โดยนอกจากตั้งเป้าหมายยอดขาย 30,000 ล้าน ยังต้องการเพิ่มกำไรขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวผ่านการจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่
1.Mass FMCG: เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนและทำกำไรให้ดีขึ้น
2.ธุรกิจกลุ่ม 3Es (E-Commerce, E-Chemical, Export): เป็นกลุ่มที่เติบโตได้สูงมากในช่วงที่ผ่านมา และต้องการสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้นอีก
3.Emerging Markets: รุกตลาดเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า กัมพูชา อย่างจริงจัง
4.Premium Personal Care: ธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอเพื่อยกระดับผลกำไร
#ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Town Hall รวมพลังคนไลอ้อนทั้งองค์กร
เพื่อให้เป้าหมายที่ท้าทายนี้ประสบความสำเร็จ บริษัทฯ จึงเร่งทรานส์ฟอร์ม พลิกโฉมองค์กร และได้จัดกิจกรรม Town Hall เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท ณ KINGSQUARE Community Mall ในการเปิดเวทีให้ผู้บริหารได้แสดงวิสัยทัศน์ สื่อสารถึงทิศทาง เป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยตรงกับพนักงานทั้งองค์กร เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน
“โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว และไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม วิธีทำงานหรือทักษะแบบเดิมอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องพร้อมเปิดกว้างและปรับตัวตลอดเวลา และต้องปรับแบบ Quick Change เพื่อให้เกิด Quick Win ด้วย” คุณประเสริฐ ย้ำถึงความจำเป็นในการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ของบริษัทครั้งนี้ การทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งนี้จะครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่
1.การสร้างแบรนด์องค์กรใหม่ (Corporate Branding Transformation)
2.การหาแหล่งรายได้ทางธุรกิจใหม่ (New Growth Engine Transformation)
3.การสร้างองค์กรเป็น AI Digital และ Data Organization (AI Digital & Data Transformation)
4.การพลิกโฉมต้นทุนและกำไร (Costing & Profit Transformation)
5.และที่สำคัญที่สุดคือ การพัฒนาคน (People Transformation)
#ก้าวสู่ Smart Organization ด้วย AI และ Caring Innovation
ไลอ้อนฯ กำลังขยับจากการเป็นเพียง “ผู้ผลิต” ไปสู่การเป็น “องค์กรด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต” ภายใต้แนวคิด Caring Innovation หรือนวัตกรรมที่เกิดจากความละเอียดใส่ใจแบบญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์สุขภาพของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
ในด้านเทคโนโลยี ไลอ้อนฯ มุ่งสู่การเป็น Smart Organization อย่างเต็มตัว มีการจัดตั้งทีม Business Intelligence เพื่อนำ Data มาวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองทางธุรกิจเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ ขณะที่ฝั่งโรงงานกำลังมุ่งหน้าสู่ Smart Factory ด้วยระบบ Automation และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน พร้อมกันนี้ บริษัทได้ส่งเสริมการนำเครื่องมือดิจิทัลสมัยใหม่มาใช้ในการทำงาน อาทิ ChatGPT, Gemini, ระบบ Cloud, Microsoft Teams, OneDrive และ Canva เพื่อยกระดับทักษะและสร้างความคุ้นเคยในการใช้งานให้กับพนักงาน โดยมุ่งหวังให้พนักงานไลอ้อนก้าวสู่การเป็น AI & Digital Citizen อย่างแท้จริง
#“ความดี” คือ DNA ที่ไม่เคยเปลี่ยน
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงธุรกิจอย่างมากมาย แต่สิ่งที่ไลอ้อนฯ ยังคงรักษาไว้เป็น “หัวใจในการดำเนินธุรกิจ” คือ ปรัชญา “ธุรกิจคู่คุณธรรม (Business with Ethics)” ที่มีวัฒนธรรมองค์กรคนดี ในการยกย่องคนดี ส่งเสริมคนเก่ง อย่างต่อเนื่องสืบมา และมาเสริมเพิ่มเติมด้วย ค่านิยมองค์กรใหม่ 5 LION’s Spirit ได้แก่ “Goodness (ความดี), Empowering (การให้พลัง) , Trust (ความเชื่อมั่น), Caring Innovation (นวัตกรรมที่ใส่ใจ), Sustainability (ความยั่งยืน)”
เป้าหมายของไลอ้อนฯ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลข 30,000 ล้านบาท แต่คือการเปลี่ยนเป็นองค์กรที่ “ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย (Corporate with Purpose)” เพื่อยกระดับสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างการก้าวสู่ Net Zero ในปี 2050
นี่คือก้าวต่อไปของไลอ้อนฯ องค์กรที่กำลังพิสูจน์ว่า แม้จะเป็นยักษ์ใหญ่ที่เก่าแก่ แต่ถ้ามี “หัวใจ” ที่พร้อมปรับตัวและ “รากฐานของความดี” ที่แข็งแกร่ง การเดินทางสู่เป้าหมายที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสุขภาพที่ดีของคนไทยโดยรวม ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี