วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย หลังพบคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละ 50 ลักลอบดำเนินธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดชัดเจนตามกฎหมาย โดยกรมฯ ได้นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เบื้องต้น พบนิติบุคคลต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6,551 ราย
ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี ในการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และขอย้ำว่า ‘ผู้ประกอบธุรกิจหรือนักลงทุนชาวต่างชาติ’ หากต้องการเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด ซึ่ง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้กำหนดเงื่อน่ไขการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้ ‘3 บัญชีท้าย’ เพื่อบ่งชี้สถานะการประกอบธุรกิจที่ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 บัญชีท้ายตามความสำคัญ ดังนี้
บัญชีที่ 1 ‘ห้ามชาวต่างชาติประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด’ บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่ห้ามชาวต่างชาติประกอบกิจการด้วยเหตุผลพิเศษ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พี้นฐานของคนไทย และสงวนไว้สำหรับคนไทย อาทิ การทำนา ทำสวน ทำไร่ การทำประมงในน่านน้ำไทย การทำไม้จากป่าธรรมชาติ การค้าขายที่ดิน
บัญชีที่ 2 ‘เกี่ยวข้องกับกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ’ บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี อาทิ ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง (เช่น อาวุธ) ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
บัญชีที่ 3 “คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขันต้องขออนุญาต” บัญชีนี้เป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมในการแข่งขัน ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อาทิ ธุรกิจบริการ เช่น บัญชี กฎหมาย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม เป็นต้น
ทั้งนี้ ความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษทั้งจำคุกและปรับ โดยผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ที่รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดหรือมิได้ป้องกันเกินสมควรไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันจะดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม ผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โทร 0 2547 4425 - 6 และ กองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร 0 2547 4400 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี