นางโสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ระบุในงาน PIER Research Brief ครั้งที่ 4/69 หัวข้อ "ผ่าโครงสร้างหนี้เกษตรกรไทย : ข้อค้นพบเชิงประจักษ์และทางเลือกนโยบาย" ว่า ปัญหาหนี้เกษตรกรไทยในปัจจุบันหากพิจารณาเพียงตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL)อาจไม่เห็นความรุนแรงที่แท้จริง เนื่องจากมีมาตรการช่วยเหลือพยุงสถานะลูกหนี้ไว้ แต่งานวิจัยย้อนหลัง 1 ทศวรรษพบว่าค่ากลางหนี้สินขยับจาก 200,000 บาท เป็น 250,000 บาท สูงกว่าครัวเรือนอื่น 3 เท่า โดยลูกหนี้กว่า 30% แบกภาระหนี้เกิน 500,000 บาท
ทั้งนี้วิกฤตที่สำคัญคือพฤติกรรม “จ่ายแต่ดอก” ที่กลายเป็นวัฒนธรรมการชำระหนี้ โดยลูกหนี้ที่ชำระเพียงดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็นกว่า 50% ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มีลูกหนี้เพียง 10% เท่านั้นที่สามารถจ่ายลดเงินต้นได้สม่ำเสมอ หากปล่อยไว้ลูกหนี้กว่าครึ่งจะติดอยู่ใน “กับดักหนี้” และกลายเป็น “กับดักการพัฒนา” บั่นทอนศักยภาพภาคเกษตรไทยในระยะยาว และอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หนีไม่พ้นกับดักหนี้ คือลูกหนี้กว่า 42% มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ และเสี่ยงรายได้ตกต่ำทุก 3 ปี ทำให้รายได้ที่ได้มาถูกใช้เพียงเพื่อประคับประคองการจ่ายดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเชิงพฤติกรรมและต้นทุนธุรกรรมแฝง เช่น ปัญหาความไม่สอดคล้องของงวดชำระกับรอบรายได้จริง หรือ mismatching และต้นทุนการเดินทางไปชำระหนี้ที่สาขาซึ่งสูงถึง 300 - 1,000 บาทต่อครั้ง รวมถึงแรงจูงใจที่บิดเบือนจากนโยบายช่วยเหลือระยะสั้นในอดีต
สำหรับการออกแบบนโยบายที่ “ถูกฝาถูกตัว” งานวิจัยได้จำแนกลูกหนี้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มที่ปิดจบหนี้ได้เองมี 25% 2. กลุ่มที่ปิดจบไม่ได้ แต่มีรายได้ส่วนเหลือพอที่จะปิดจบได้หากปรับพฤติกรรมมี 30%3.. กลุ่มที่มีหนี้เกินศักยภาพจะปิดจบได้มี 22% โดยที่ผ่านมานโยบายแก้หนี้เกษตรกรส่วนใหญ่มักเป็นมาตรการระยะสั้น โดยเน้นการพักหนี้และเลื่อนงวดชำระ ซึ่งครอบคลุมลูกหนี้ถึง 45% แต่เป็นการ “แช่แข็ง” ปัญหาและบั่นทอนวินัยทางการเงิน การปิดช่องว่างนโยบายจึงต้องเปลี่ยนสู่มาตรการระยะยาวที่มุ่งปรับโครงสร้างหนี้ให้ตรงศักยภาพและลดภาระหนี้แบบมีเงื่อนไข โดยเสนอแนวทาง FEAST (ฟีสต์) ประกอบด้วย: ความยืดหยุ่น (Flexible): เงื่อนไขชำระตามรายได้ที่ไม่แน่นอน ,ความสะดวก (Easy): ลดต้นทุนธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล, การสร้างแรงจูงใจ (Attractive): ปรับลำดับการตัดเงินต้นให้คุ้มค่าที่จะชำระ, กลไกสังคม (Social): ใช้พันธสัญญาทางสังคมในชุมชน และความสอดคล้องกับเวลา (Timely): จัดรอบชำระให้ตรงจังหวะรายได้
นอกจากนี้ ได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทดลอง 3 มาตรการใน 120 สาขา ได้แก่ การพักหนี้รูปแบบใหม่ที่ชำระเงินต้นได้ทันที, โครงการสลากชำระดีมีโชค และโครงการธนาคารใกล้บ้าน ซึ่งพบว่าช่วยกระตุ้นการชำระหนี้ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ให้บริการในโครงการธนาคารใกล้บ้าน แม้จะมีต้นทุนการเดินทางของสาขา แต่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเกษตรกรที่ยังใช้เงินสดเป็นหลักและมีต้นทุนในการเดินทางมาธนาคารสูง ทั้งยังเป็นโอกาสในการให้บริการเงินฝากและลดความแออัดที่สาขาได้อีกด้วย
ดังนั้น ภาครัฐต้องแก้หนี้อย่างเป็นรูปธรรมมี 3 กุญแจสำคัญ คือต้องใช้งบประมาณที่เน้นการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างหนี้มากกว่าการอุดหนุนระยะสั้น ผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ สถาบันการเงิน และลูกหนี้ ประกอบกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ประเมินศักยภาพเกษตรกรเพื่อการช่วยเหลือรายบุคคล และต้องอาศัยการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่หนุนการปรับตัว ควบคู่กับการเสริมสร้างวินัยทางการเงินและภูมิคุ้มกัน เพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรเข้มแข็งพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด สำหรับกลไกการจัดการหนี้เสีย ผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์ (Asset Management Company: AMC) นั้นมาตรการสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย (อายุ 70 ปีขึ้นไป) เสนอให้แยกแยะตามศักยภาพ หากมีที่ดินทำกิน ควรใช้มาตรการจูงใจให้ทายาทเข้ามาเป็นผู้รับช่วงหนี้แทนเพื่อรักษาที่ดินไว้ แต่หากเป็นกลุ่มที่ขาดศักยภาพและไม่มีสินทรัพย์จริงๆ อาจพิจารณา การลดหนี้บางส่วน (Haircut) หรือการตัดหนี้สูญ แต่ต้องมีเงื่อนไขรัดกุม โดยยกตัวอย่าง ประเทศอินเดียที่การยกหนี้ในวงกว้างโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้เกษตรกรกลับมาเป็นหนี้ใหม่ภายใน 1 ปี จึงต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ในระหว่างปีแรก ห้ามก่อหนี้ใหม่ เพื่อป้องกันปัญหาเชิงพฤติกรรม และการใช้สัญญาที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Contract) เช่น อนุญาตให้เลื่อนงวดชำระได้ไม่เกิน 2 ครั้งต่อปีจะช่วยให้ลูกหนี้บริหารจัดการเงินได้ดีขึ้นในช่วงวิกฤตและช่วยลดสัดส่วนหนี้เสียในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี