533.jpg
“พีดีเฮ้าส์” ประเมินทิศทางตลาดรับสร้างบ้านครึ่งหลังปี 69 แข่งเดือด เตือนสงครามราคาทำลายความน่าเชื่อถือธุรกิจ พร้อมประกาศไม่ลงแข่ง ตัดใจหั่นเป้าแต่ไม่หั่นคุณภาพ

“พีดีเฮ้าส์” ประเมินทิศทางตลาดรับสร้างบ้านครึ่งหลังปี 69 แข่งเดือด เตือนสงครามราคาทำลายความน่าเชื่อถือธุรกิจ พร้อมประกาศไม่ลงแข่ง ตัดใจหั่นเป้าแต่ไม่หั่นคุณภาพ

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านส่อแววระอุรับครึ่งปีหลัง เมื่อผู้นำสร้างบ้านประหยัดพลังงานออกมาเปิดเผยถึงสัญญาณอันตรายของตลาด โดย พีดีเฮ้าส์ ได้ออกมาฉายภาพรวมอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านในปี 2569 ที่กำลังเผชิญหน้ากับศึกรอบด้าน ทั้งปัจจัยลบทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภครัดเข็มขัด และการแข่งขันที่รุนแรงจนเข้าขั้นวิกฤต พร้อมเปิดมุมมองการปรับตัวของแบรนด์ที่ยอมเลือกทางเดินสวนกระแสเพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพ

 


สแกนตลาดรับสร้างบ้านปี 69: ดีมานด์หด สวนทางผู้เล่นทะลักเท่าตัว ดันธุรกิจสู่สงครามราคา

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะผู้บริหารมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ และ เอคิวโฮม เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบัน (ปี 2569) ได้ก้าวเข้าสู่ภาวะ “เรดโอเชียน” (Red Ocean) อย่างเต็มรูปแบบและแผ่ขยายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดอย่างรวดเร็ว โดยพบว่ามีจำนวนผู้เล่นหน้าใหม่และผู้เล่นรายเดิมเพิ่มขึ้นถึง “เท่าตัว” เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567-2568 ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตามการเติบโตของจำนวนผู้ประกอบการกลับสวนทางกับความเป็นจริงในฝั่งของผู้บริโภค เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคต ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการปรับลดงบลงทุนในการสร้างบ้าน หรือเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน

 

"สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้คือ หากทิศทางการแข่งขันของผู้เล่นในอุตสาหกรรม ยังคงมุ่งเน้นไปที่การตัดราคาเพื่อแย่งชิงเค้กที่มีก้อนเล็กลง ธุรกิจรับสร้างบ้านในอนาคตจะไม่ใช่ธุรกิจที่ขาย “ความน่าเชื่อถือ'” อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการแข่งขันที่ลดทอนคุณภาพและไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งในระยะยาวผู้ที่รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้บริโภคเอง" นางสาวจิราภากล่าวเน้นย้ำ

 

ยอมรับ 5 เดือนแรกพลาดเป้า เหตุ “บ้านสุขภาพ-ประหยัดพลังงาน” ต้นทุนสูงกว่าตลาดและคู่แข่ง

จากปัจจัยลบดังกล่าว พีดีเฮ้าส์ ยอมรับว่ายอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากจุดยืนหลักของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการสร้าง “บ้านประหยัดพลังงาน” และ “บ้านเพื่อสุขภาวะที่ดี” (Healthy Home) ได้รับผลกระทบโดยตรงจากพฤติกรรมการประหยัดงบประมาณของผู้บริโภค

 

เนื่องจากการสร้างบ้านที่ใส่ใจในรายละเอียดด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และการประหยัดพลังงานในระยะยาวนั้น จำเป็นต้องเลือกใช้นวัตกรรมวัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูง ส่งผลให้มีต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าการสร้างบ้านทั่วไป ที่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในภาวะที่ผู้บริโภคใช้ “ราคา” เป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ จึงทำให้ยอดขายของพีดีเฮ้าส์เติบโตช้าลงในช่วงที่ผ่านมา

 

ลั่นไม่ลงแข่ง “สงครามราคา” พร้อมกอดจุดยืน บ้านที่ดีต้องตอบโจทย์ชีวิตทุกมิติ

แม้จะประสบปัญหายอดขายชะลอตัวและต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่นางสาวจิราภา CEO พีดีเฮ้าส์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งและชัดเจนว่า พีดีเฮ้าส์ จะยังคงรักษาจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และจะไม่กระโดดลงไปเล่นในสงครามราคากับผู้เล่นรายเล็กหรือรายใหญ่ในปัจจุบันอย่างเด็ดขาด

 

“เราเชื่อมั่นว่า การลดราคาเพื่อสู้ศึกในตลาด รังแต่จะทำให้งานบริการและมาตรฐานการก่อสร้างลดลง ซึ่งขัดต่ออุดมการณ์ของพีดีเฮ้าส์ เรายังคงมั่นใจว่ามีผู้บริโภคอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์และแนวคิดเช่นเดียวกับเรา คือมองว่า “บ้านที่ดีต้องไม่ใช่แค่แข็งแรงหรือสวยงามภายนอกเท่านั้น” แต่บ้านที่แท้จริงต้องเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างมีความสุขและยั่งยืนในทุกมิติ"

 

ทั้งนี้ พีดีเฮ้าส์ ได้จำแนกมิติของบ้านที่มีคุณภาพไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่:

1. ปลอดภัย (Safety & Security): โครงสร้างที่แข็งแกร่งหรือระบบเสา-คานคอนกรีตสำเร็จรูป Multi-joint Lock Ystem  และการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ไม่ลามไฟและไม่ปล่อยสารพิษ

2. ดีต่อสุขภาพ (Healthy Living): PD Fresh Airflow ระบบหมุนเวียนอากาศและการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อสุขภาวะของคนทุกเจเนอเรชั่น

3. สะดวกสบาย (Comfort & Convenience): การออกแบบและก่อสร้างตามหลักอารยสถาปัตยกรรม (Universal Design) เพื่อผู้อยู่อาศัยในทุกช่วงวัย

4. ประหยัด (Energy Saving): การออกแบบบ้าน การใช้พลังงานทางเลือก การเลือกใช้วัสดุที่มีความเป็นฉนวนและช่วยลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว

 

มั่นใจกลุ่ม Real Demand ระยะยาวยังเลือกความคุ้มค่า

พีดีเฮ้าส์ จะมุ่งเน้นการทำตลาดเชิงรุก เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจ (Educate) ให้ผู้บริโภคเห็นถึง "ผลลัพธ์ระยะยาว" ของการสร้างบ้าน โดยเปรียบเทียบให้เห็นว่า ส่วนต่างของราคาบ้านประหยัดพลังงานที่สูงกว่าในตอนแรก จะสะท้อนกลับมาเป็นความคุ้มค่าในรูปแบบของค่าไฟฟ้าที่ลดลง สุขภาพกาย-สุขภาพจิตที่ดีขึ้นของสมาชิกในครอบครัว และค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าตลอดอายุการใช้งาน


"เรายอมที่จะมียอดขายที่เติบโตอย่างมั่นคง ดีกว่ายอดขายที่โตแต่ไร้คุณภาพ พีดีเฮ้าส์ขออยู่เคียงข้างผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าที่แท้จริง และเราพร้อมจะเป็นเสาหลักในการรักษามาตรฐานของวิชาชีพธุรกิจรับสร้างบ้านไทยไม่ให้พังทลายไปตามกระแสสงครามราคา" คุณจิราภากล่าวสรุป

-032

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top