537.jpg
ดันค้าปลีกชุมชนสู่สมาร์ทโชห่วย รับการใช้‘ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรคนจน’

ดันค้าปลีกชุมชนสู่สมาร์ทโชห่วย รับการใช้‘ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรคนจน’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.05 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่ครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ไปจนถึงห้างท้องถิ่นในระดับอำเภอ/จังหวัด ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่มีบทบาทในการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน แต่การแข่งขันจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โชห่วยต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและเติบโต การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจึงเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด รวมถึงช่วยเพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการ

ทั้งนี้กรมฯได้ส่งเสริมการพัฒนาโชห่วยมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการโชห่วยไทยทั่วประเทศให้เป็น “สมาร์ทโชห่วย” ที่มีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดี มีการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้านค้า และมีช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด


นอกจากนี้โครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” ยังได้ร่วมมือร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่ผ่านการพัฒนาเป็น “ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบ” ช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกรายย่อยภายใต้แนวคิด “พี่เลี้ยงโชห่วย” โดยในปี 2568 มีร้านค้าปลีกรายย่อยหรือโชห่วยได้รับการพัฒนาเสริมสร้างองค์ความรู้ใน 4 ภูมิภาค ผ่านการจัดสัมมนาออนไซต์และสัมมนาออนไลน์ จำนวน 2,917 ราย มีร้านค้าที่พัฒนาต่อยอดเป็น “สมาร์ทโชห่วย” ด้วยการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าและส่งเสริมใช้ระบบเทคโนโลยีบริหารจัดการร้านค้า (POS) รวม 300 ร้านค้า โดยมีร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบจากทั่วประเทศร่วมเป็นพี่เลี้ยง

สำหรับในปี 2569 กรมฯได้ขยายการดำเนินโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาไปยังธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในชุมชนด้วย อาทิ ร้านขายยา สินค้าเบ็ดเตล็ด เครื่องเขียน ร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ อุปกรณ์ก่อสร้าง และอุปกรณ์การเกษตร เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อและห้างค้าปลีกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่มาใช้ ซึ่งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจค้าปลีกชุมชน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดต้นทุนและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้การสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับธุรกิจค้าปลีกชุมชนให้สามารถเติบโตและอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ปัจจุบันมีร้านค้าส่งค้าปลีกและร้านโชห่วยประมาณ 430,000 ร้านค้า กระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ถือเป็นเครือข่ายสำคัญในการรองรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ซึ่งการยกระดับสู่ “สมาร์ทโชห่วย” ด้วยระบบ POS และการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้านค้า จะช่วยให้การใช้สิทธิประโยชน์ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ให้มีความสะดวกรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง ควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างทั่วถึง

“การดำเนินโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส นอกจากช่วยยกระดับร้านโชห่วยสู่สมาร์ทโชห่วยที่มีการนำเทคโนโลยีบริหารจัดการร้านค้ามาใช้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจแล้ว ยังช่วยให้สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ได้โดยง่าย ทำให้ร้านโชห่วยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ได้สิทธิมาจับจ่ายใช้สอย และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย”นายพูนพงษ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top