วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 928.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.88% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หากรวมทองคำ มีมูลค่า 2,145.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.25% และช่วง 4 เดือนปี 2569 การส่งออกไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 6,511.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.46% รวมทองคำ มูลค่า 13,389.46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.36%
ทั้งนี้การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.27% จากความต้องการซื้อทองคำในตลาดโลก แม้ราคาทองจะลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 4,723.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 และเดือนนี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายและมีการเจรจา ส่งผลให้การถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัวลง และกองทุน SPDR Gold ก็มีการขายทองคำออกมา หลังจากซื้อต่อเนื่องก่อนหน้านี้
โดยช่วง 4 เดือนปี 2569 การส่งออกทองคำ มีมูลค่า 6,878.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 50.80% หากแยกการส่งออกแต่ละเดือน พบว่า เดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 136.16% เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.22% เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.28%
ด้านตลาดส่งออกสำคัญ อินเดีย เพิ่มขึ้น 6.54% ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 5.47% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 43.75% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 174.90% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 89.10% อิตาลี เพิ่มขึ้น 34.43% สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 2.69% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 44.70% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 162.01% ส่วนสหรัฐฯ ลดลง 17.61% จากที่เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน
ขณะที่การส่งออกสินค้าเครื่องประดับแท้ เพิ่มขึ้น 91% เครื่องประดับทอง เพิ่มขึ้น 20.28% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่มขึ้น 3,281.84% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 88,450.50% พลอยก้อน เพิ่มขึ้น 120.67% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่มขึ้น 3.78% เพชรก้อน เพิ่มขึ้น 12.82% เพชรเจียระไน เพิ่มขึ้น 8.06% และโลหะเงิน เพิ่มขึ้น 179.92% ส่วนเครื่องประดับเงิน ลดลง 0.49% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ลดลง 2.11%
สำหรับสถานการณ์ส่งออกในช่วง 4 เดือนปี 2569 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังเติบโตได้ในเกือบทุกตลาดสำคัญ แต่มีความเสี่ยงหลักที่ส่งผลต่อแนวโน้มในอนาคต คือ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างขึ้น การแตกแยกทางภูมิศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น หรือความตึงเครียดทางการค้าที่เกิดขึ้นใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างใกล้ชิด
โดยผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวจากการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการมุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่ยังมีกำลังซื้อสูงในตลาดสำคัญๆ อย่างสหรัฐฯ เพื่อรักษาโอกาสทางการค้าและเพิ่มมูลค่าสินค้า เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความโปร่งใสมากขึ้น
นอกจากนี้ยังต้องเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจโลก ที่เริ่มมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันให้เงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่เป็นปัจจัยกดดันการส่งออก ค่าเงินบาทผันผวนในทางแข็งค่า กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และราคาทองคำเริ่มไม่เคลื่อนไหวไปตามทฤษฎี ทำให้คาดการณ์ต้นทุนได้ยาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี