542.jpg
‘ตลาดนัดเซเว่น’ โอกาสของคนตัวเล็ก

‘ตลาดนัดเซเว่น’ โอกาสของคนตัวเล็ก

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

nn ท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง คำถามสำคัญของประเทศไทยในวันนี้อาจไม่ใช่เพียงว่า “เศรษฐกิจโตเท่าไร” แต่คือ “รายได้กระจายไปถึงคนตัวเล็กมากน้อยแค่ไหน”…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน แต่ความท้าทายยังคงอยู่ที่การทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า วิสาหกิจชุมชน และ SME สามารถเข้าถึงตลาดและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

เพราะในความเป็นจริง ปัญหาของคนตัวเล็กจำนวนมากไม่ใช่เรื่องคุณภาพสินค้า แต่คือ “ไม่มีพื้นที่ขาย”และ “ไม่มีโอกาสเข้าถึงลูกค้า” นี่จึงเป็นเหตุผลที่โครงการ “ตลาดนัดเซเว่น ไทยช่วยไทย” ของซีพี ออลล์ ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น น่าสนใจในมุมมองเศรษฐศาสตร์มากกว่าที่หลายคนคิด การเปิดพื้นที่หน้าร้านให้ผู้ประกอบการรายย่อยนำสินค้ามาจำหน่ายฟรี อาจดูเป็นกิจกรรมธรรมดา แต่หากมองให้ลึก นี่คือการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วของภาคเอกชนมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนโดยตรง


สิ่งที่เซเว่น อีเลฟเว่น มีอยู่ ไม่ใช่แค่ร้านสะดวกซื้อ แต่คือเครือข่ายสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีทราฟฟิกของลูกค้าหลายล้านคนต่อวัน และมีทำเลที่เข้าถึงผู้คนในแทบทุกชุมชน เมื่อพื้นที่ดังกล่าวถูกเปิดให้ผู้ค้ารายย่อยเข้ามาใช้ประโยชน์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย สิ่งที่เกิดขึ้นคือการลดต้นทุนทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการทันที..ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่...ไม่ต้องลงทุนสร้างหน้าร้าน...ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่…แต่สามารถเข้าถึงกำลังซื้อที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ได้ทันที นี่คือการช่วยเหลือที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคหรือการทำ CSR แบบครั้งคราว เพราะสร้างโอกาสในการหารายได้ด้วยตัวเอง

หากมองในมิติที่กว้างขึ้น โมเดลนี้ยังสะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจฐานรากที่หลายฝ่ายพยายามผลักดันมาโดยตลอด เพราะทุกครั้งที่ผู้ประกอบการชุมชนขายสินค้าได้ รายได้จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ครอบครัว ท้องถิ่น และชุมชน เงินจำนวนหนึ่งที่เคยกระจุกตัวอยู่ในระบบค้าปลีกสมัยใหม่ จึงถูกเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ผลิตรายย่อย เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ในอีกด้านหนึ่ง ผู้บริโภคเองก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะนอกจากจะได้เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นที่หลากหลายแล้ว เซเว่น อีเลฟเว่น ยังเดินหน้าจัดโปรโมชั่นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำดื่ม หรือสินค้าอุปโภค-บริโภคอื่นๆ จึงเป็นการดูแลทั้ง “ฝั่งรายได้” และ “ฝั่งรายจ่าย” ของประชาชนไปพร้อมกัน

ในเชิงกลยุทธ์ นี่สะท้อนภาพที่น่าสนใจของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่ จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดจำหน่ายสินค้า กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชนเข้าด้วยกัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ จาก “ร้านสะดวกซื้อ” กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางเศรษฐกิจ” ของชุมชน ในวันที่เศรษฐกิจไทยยังต้องการแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน การที่องค์กรขนาดใหญ่ใช้ศักยภาพของตนเองมาช่วยสร้างโอกาสให้คนตัวเล็ก อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงมากขึ้น และบางครั้ง การช่วยเศรษฐกิจฐานราก อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่อาจเริ่มต้นจากพื้นที่เล็กๆ หน้าร้านใกล้บ้าน ที่เปิดโอกาสให้คนไทยได้ขายของ มีรายได้ และมีกำลังใจในการเดินหน้าต่อไป เพราะเศรษฐกิจที่แข็งแรง ไม่ได้วัดจากตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว แต่วัดจากจำนวนคนตัวเล็กที่ยังมีโอกาสลุกขึ้นมาสร้างรายได้และเติบโตไปพร้อมกับประเทศได้เช่นกัน

พงษ์พันธุ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top