542.jpg
‘สุโรจน์ แสงสนิท’นั่งนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยวาระที่2 ปักธงไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน

‘สุโรจน์ แสงสนิท’นั่งนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยวาระที่2 ปักธงไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

‘สุโรจน์ แสงสนิท’นั่งนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยวาระที่2 ปักธงไทยสู่ศูนย์กลาง EV อาเซียน

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ประกาศผลการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยสมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายสุโรจน์ แสงสนิท ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยต่อเป็นวาระที่ 2 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก


สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งปี 2569-2571 EVAT มุ่งสานต่อภารกิจในการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า 2 ล้อ 4 ล้อ รถโดยสาร และรถเพื่อการพาณิชย์ พร้อมผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน

ความโดดเด่นของคณะกรรมการบริหารชุดใหม่นี้ คือการรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิตยานยนต์ ผู้ประกอบการชิ้นส่วน ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เข้ามาร่วมกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ไทยอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะการเพิ่มบทบาทด้านการพัฒนาผู้ประกอบการชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทยให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน EV ยุคใหม่และแข่งขันได้ในระดับสากล

คณะกรรมการบริหารสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย วาระปี 2569-2571 ประกอบด้วยอุปนายกสมาคมฯ ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่

1. ผศ.ดร.อุเทน สุปัตติ อุปนายกฯ ฝ่ายวิชาการ

2. นายสยามณัฐ พนัสสรณ์ อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการผลิตยานยนต์

3. นายสุทีป รัตนภาส อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง

4. นายอัษฎายุทธ รุธิรโก อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

5. นางสาวธมลวรรณ ชลประทิน อุปนายกฯ ฝ่ายส่งเสริมการใช้และประชาสัมพันธ์

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า ผมขอขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ต่อเป็นวาระที่ 2 การทำงานในวาระนี้ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายเดิม คือการทำงานเพื่อประเทศ เพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ แข่งขันได้ และเกิดประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

“EVAT จะทำหน้าที่เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันมาตรฐาน เทคโนโลยี การผลิต การพัฒนาชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก พร้อมดึงดูดการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง”

นายสุโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญของสมาคมฯ ในปีนี้ คือการจัดงาน The 11th International Electric Vehicle Technology Conference and Exhibition (iEVTech 2026) ระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นเวทีประชุมวิชาการและนิทรรศการด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับนานาชาติที่สำคัญที่สุดงานหนึ่งของภูมิภาค โดยจะรวบรวมผู้นำอุตสาหกรรม นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม EV แห่งอนาคต

“iEVTech 2026 จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน EV ของไทย ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างโอกาสใหม่ในการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะมีส่วนสำคัญต่อการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนในอนาคต” นายสุโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยชุดใหม่อยู่ระหว่างจัดทำกรอบนโยบายและแผนการดำเนินงานสำหรับวาระปี 2569-2571 โดยมีกำหนดแถลงวิสัยทัศน์ ทิศทางการดำเนินงาน และนโยบายสำคัญของสมาคมฯ อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคม 2569

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top