542.jpg
พ.ค.ยอดผลิตรถร่วง 17% หลังตลาดส่งออกหลักทรุดหนัก

พ.ค.ยอดผลิตรถร่วง 17% หลังตลาดส่งออกหลักทรุดหนัก

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.25 น.

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีทั้งสิ้น 114,214 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ 17.94% เนื่องจากผลิตส่งออกรถยนต์นั่ง ลดลง 26.66% และรถกระบะลดลง 38.79% ส่งผลให้ผลิตเพื่อส่งออกลดลง 36.20% แม้ว่าผลิตเพื่อขายในประเทศเพิ่มขึ้น 12.78% ก็ตาม ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลง 17.94% เป็นครั้งแรกที่ผลิตเพื่อขายในประเทศมากกว่าผลิตเพื่อส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดหลักอันดับสามของการส่งออกรถยนต์ของประเทศไทยที่ปี 2568 ส่งออกไป 200,001 คัน มีสัดส่วน 21% ของยอดส่งออกทั้งหมด และจำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ 5 เดือนปีนี้ (เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569) มีจำนวนทั้งสิ้น 587,759 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2568 ที่ 1.13%

ทั้งนี้เดือนพฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 55,694 คัน เท่ากับ 48.76% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ 36.20% และเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 372,299 คัน เท่ากับ 63.34% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจาก 5 เดือนแรกของปีก่อน 4.56% ขณะที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ 58,520 คัน เท่ากับ 51.24% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ 12.78% และเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 ผลิตได้ 215,460 คัน เท่ากับ 36.66% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2568 ที่ 5.41%


“ส.อ.ท.ยังคงคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน ซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อไปอีก 1-2 เดือนว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2569 ให้มีความชัดเจนอีกครั้ง“นายสุรพงษ์ กล่าว

ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2569 ที่ 19.36% และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ 10.60% ส่งผลให้ 5 เดือนแรกของปีนี้รถยนต์มียอดขาย 288,242 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ 14.10% โดยในเดือนพฤษภาคมมียอดขายเพิ่มขึ้นเพราะขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถ SUV ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องผู้ซื้อรถจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นจากการขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และขายรถบรรทุกเพิ่มขึ้นจากการกลับมาผลิตของบางบริษัทที่ย้ายโรงงานเสร็จแล้ว ส่วนรถกระบะมีอัตราเพิ่มขึ้นเพียง 0.21% จากเดือนเดียวกันปีที่แล้วเพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ หนี้ครัวเรือนยังคงสูงกว่า 80% ของ GDP ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอ เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า

ทั้งนี้ยอดขายในประเทศอาจเพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนที่ 153,558 ล้านบาท ในห้าเดือนแรกปีนี้ มากกว่าห้าเดือนปีที่แล้ว 6.46% รวมทั้งการส่งออกที่ยังเติบโตในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ 10.6% จากพฤษภาคมปีที่แล้ว และจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับที่สูงรวมทั้งการปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจ GDP ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% ในปีนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งนโยบายลดค่าใช้จ่ายประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศและนักลงทุนไทย

ส่วนการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนพฤษภาคม 2569 ส่งออกได้ 59,434 คัน ลดลง 26.69% เพราะส่งออกไปตะวันออกกลางลดลง 66.14% จากการขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน และส่งออกไปออสเตรเลีย-โอเชียเนีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของประเทศไทยลดลง 37.18% จากรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนเข้ามาแข่งขันมากขึ้นจากกฎหมายการเข้มงวดในการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์เพิ่มขึ้น ทำให้ 5 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 339,618 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.53%

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top