542.jpg
พาณิชย์ ติดตามแปลงมันกาญจนบุรี หนุนท่อนพันธุ์ดี 5 ล้านลำ

พาณิชย์ ติดตามแปลงมันกาญจนบุรี หนุนท่อนพันธุ์ดี 5 ล้านลำ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.32 น.

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินโครงการสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดีให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด เมื่อวันที่22 มิถุนายน 2569 ณ แปลงปลูกในพื้นที่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ว่า กรมการค้าภายในได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร รวมทั้งมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และมูลนิธิกองทุนมันสำปะหลัง ในการจัดหาและกระจายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดี โดยเฉพาะพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทานต่อโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง ให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม

นางสาวญาณี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนท่อนพันธุ์คุณภาพดีรวม 5 ล้านลำ แยกเป็นพันธุ์ต้านทาน 4 ล้านลำ และพันธุ์ทนทาน 1 ล้านลำ โดยขณะนี้มีการกระจายท่อนพันธุ์ต้านทานแล้วรวม 2.524 ล้านลำ แบ่งเป็นการดำเนินงานผ่านมูลนิธิกองทุนมันสำปะหลัง 2.30 ล้านลำ และกรมวิชาการเกษตร 0.224 ล้านลำ ซึ่งจะดำเนินการกระจายต่อเนื่องไปจนถึงปลายปีเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญสามารถเข้าถึงท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพได้มากขึ้น


“กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อผลผลิต หากเกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์ที่ไม่สะอาดหรือไม่ทนทานต่อโรค จะทำให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง บางพื้นที่อาจกระทบถึงเปอร์เซ็นต์แป้ง และเกิดความเสียหายในแปลงปลูก ซึ่งท้ายที่สุดจะกระทบต่อรายได้เกษตรกร อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง และมูลค่าการส่งออกของประเทศ” นางสาวญาณี กล่าว

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามแปลงปลูกในครั้งนี้ พบว่าแปลงที่ได้รับท่อนพันธุ์ต้านทาน เช่น พันธุ์อิทธิ 1 อิทธิ 3 มีการเจริญเติบโตดี และยังไม่พบการติดโรคใบด่าง เมื่อเทียบกับบางแปลงใกล้เคียงที่ใช้พันธุ์ทั่วไปซึ่งยังมีความเสี่ยงต่อโรค ขณะเดียวกันเกษตรกรได้ดูแลแปลงอย่างเหมาะสม ทั้งการวางระบบน้ำหยด การจัดการน้ำและปุ๋ย ส่งผลให้คาดว่าจะได้ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 7–8 ตันต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดและโรงงานแปรรูป

ด้านนายบรมัตถ์พงษ์ พลเยี่ยม พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญของประเทศ และเกษตรกรต้องเผชิญปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลังมา

อย่างต่อเนื่อง การที่กรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนท่อนพันธุ์สะอาดและมีคุณภาพ ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยฟื้นความมั่นใจให้กับเกษตรกร ลดความเสียหายจากโรค และเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น

นายรังสี ไผ่สอาด นายกสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมขอขอบคุณกรมการค้าภายในที่จัดสรรงบประมาณสนับสนุนท่อนพันธุ์ต้านทานและทนทานต่อโรคใบด่างให้แก่พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะอำเภอไทรโยค ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบการระบาดของโรคใบด่างในวงกว้าง การได้รับท่อนพันธุ์คุณภาพดีมาปลูกขยาย จะช่วยให้เกษตรกรมีแหล่งพันธุ์สะอาดสำหรับใช้ในฤดูเพาะปลูกต่อไป และช่วยลดความเสี่ยงจากการนำพันธุ์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาใช้

“กรมการค้าภายในจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการเพาะปลูก การกระจายท่อนพันธุ์ และคุณภาพของท่อนพันธุ์มันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินโครงการสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างตรงจุด สร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรเลือกซื้อหรือใช้ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ หรือจากแหล่งที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล หรือดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมวิชาการเกษตร สถาบันการศึกษา หรือหน่วยงานวิจัยของรัฐเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของพันธุ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ผลผลิตที่ดี ทั้งในด้านผลผลิตต่อไร่และคุณภาพแป้ง อันจะส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว” นางสาวญาณี กล่าวทิ้งท้าย

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top