542.jpg
งัด3ข้อหนุนแบนIF โต้กีดกัน-ยันเหล็กไม่ขาดตลาด

งัด3ข้อหนุนแบนIF โต้กีดกัน-ยันเหล็กไม่ขาดตลาด

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ กรรมการสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่า จากมติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตเหล็กอุตสาหกรรม (กมอ.) ที่มีมติจำกัดกรรมวิธีการทำเหล็กแท่ง ที่ใช้ทำเหล็กข้ออ้อยให้ทำได้เฉพาะวิธีเตาเบสิกออกซิเจน (BO) หรือวิธีเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ซึ่งไม่สามารถหลอมจากเตาหลอมประเภท Induction Furnace (IF) หรือเตาหลอมโลหะด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า เพื่อมาใช้เป็นส่วนประกอบสร้างเสา หรือคานของตึกสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ

ทั้งนี้ ทางสมาคมฯต้องการชี้แจงข้อเท็จใน 3 ประเด็นที่สังคมอาจมีคำถามประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 เป็นการกีดกันทางการค้าหรือไม่ ทางสมาคมฯเห็นว่ามติ กมอ.คือความถูกต้องทางกฎหมายและสังคม ไม่ได้เป็นการกีดกันทางการค้า แต่เป็นการสร้างแนวปฎิบัติตามมาตรฐานสากลในเชิงคุณภาพและความปลอดภัย เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม


เหตุผลหลัก คือ สมอ. มีหน้าที่คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป เพราะประชาชนไม่มีเวลาหรือเครื่องมือในการตรวจสอบโครงสร้างทางเคมีของเหล็กเส้นทุกเส้นในบ้านตัวเอง สมอ.ต้อง “คัดกรองสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” ต่อชีวิตและทรัพย์สินของสาธารณชน โดยเหล็กโครงสร้างที่คุมคุณภาพจะมีสารเจือปนไม่ได้ เพราะนั่นคือความเสี่ยงต่อนิรภัยอาคาร นอกจากนี้ สมอ. กำลังคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่อาจมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพรวมของประเทศ

ประเด็นที่ 2 กระบวนการร่างแก้ไขมาตรฐานเหล็กที่เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ อาจทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สมอ.และกระทรวงอุตสาหกรรม กังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง ซึ่งข้อเท็จจริงทางสมาคมฯมองว่ารัฐมีหน้าที่บนหลักนิติธรรม เป็นการดำเนินงานที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ

ประเด็นที่ 3 ที่กังวลว่าการแก้ไขร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่จะเอื้อประโยชน์กับกลุ่มผู้ประกอบการเหล็กที่ใช้เตาหลอมประเภท EAF จะผูกขาดและฉวยโอกาส ขึ้นราคาเหล็กเส้นนั้น ทางสมาคมฯขอชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐศาสตร์ และโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันด้วยเหตุผล 2 ข้อหลัก คือ 1.กำลังการผลิตล้นเหลือ ปัจจุบันความต้องการใช้เหล็กในประเทศ น้อยกว่ากำลังผลิตรวมของกลุ่ม EAF และโรงรีดด้วย Import Billet มากกว่า 3 เท่า ทุกวันนี้โรงงาน EAF ส่วนใหญ่ผลิตแค่ช่วงกลางคืน หากตลาดต้องการเพิ่มขึ้นยังมีกำลังผลิตที่จะเดินเครื่องช่วงกลางวันมารองรับ จึงไม่มีทางเกิดภาวะ “เหล็กขาดตลาดจนราคาพุ่ง” นอกจากนั้นมีการนำ billet จากการผลิต BO เข้ามารีดขายปกติ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก และ 2.การขาดแคลนเป็นเรื่องเฉพาะหน้า หากเกิดการตื่นตระหนกระยะสั้น เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ล่วงหน้าผ่านกลไกติดตามของรัฐ

“สมาคมฯเห็นด้วยกับ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ที่เสนอแนะว่าถึงเวลาที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตเหล็กของไทย หลักการเรื่องความปลอดภัยของชีวิตประชาชน เป็นเรื่องระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถสั่นคลอนได้ และเราไม่สามารถเอาปัญหาเฉพาะหน้าหรือความตื่นตระหนกเรื่องราคาระยะสั้นมาเป็นข้ออ้างในการปล่อยให้สินค้าเสี่ยงอันตรายอยู่ในตลาดต่อไปได้” นายธีรยุทธ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top