วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการประชุมติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่ ร่วมกับผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) และอัครากรุ๊ป รวมถึงผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีก ได้แก่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และโก โฮลเซลล์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า กรมฯได้ติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 หลังผู้ผลิตได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15 สตางค์ต่อฟอง จากต้นทุนอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ และสภาพอากาศแปรปรวน
ในช่วงแรกกรมฯได้หารือกับผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือให้ชะลอการส่งผ่านต้นทุนมายังผู้บริโภคไม่เกิน 10 สตางค์ต่อฟอง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่ผู้ผลิตได้ร่วมรับภาระต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เอง อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นต้นทุนการผลิตยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน สภาพอากาศร้อนจัดและแปรปรวน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของแม่ไก่ลดลง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ และต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ส่งผลให้มีการปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากฟองละ 3.60 บาท เป็น 3.80 บาท หรือเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569
ทั้งนี้ปัจจุบันปริมาณไข่ไก่ยังมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ และไม่พบปัญหาการขาดแคลนสินค้า ขณะที่ผู้ผลิตประเมินว่าสถานการณ์ราคาในระยะต่อไปจะมีแนวโน้มทรงตัว และยังไม่มีปัจจัยที่ต้องปรับราคาเพิ่ม เนื่องจากสภาพอากาศเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ประกอบกับผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้สถานการณ์การผลิตและราคาไข่ไก่ทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่า ภายหลังการปรับราคาแนะนำไข่ไก่หน้าฟาร์ม ผู้ประกอบการจะร่วมมือกับกรมฯดูแลผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยจะบริหารจัดการราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นไข่ไก่อย่างต่อเนื่องในแต่ละช่องทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อไข่ไก่ในราคาที่คุ้มค่า ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงที่ต้นทุนการผลิตยังอยู่ในระดับสูง
“กรมฯจะติดตามสถานการณ์ปริมาณและราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิดทั้งระดับหน้าฟาร์ม ค้าส่ง และค้าปลีก พร้อมประสานผู้ผลิตและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีปริมาณสินค้าเพียงพอ ราคาจำหน่ายมีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งช่วยดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างเต็มที่”นายวิทยากร กล่าว
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) กล่าวถึงการลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ปริมาณผลผลิตและราคากุ้ง ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า จากการลงพื้นที่และหารือกับทุกภาคส่วน พบว่าปริมาณผลผลิตและราคากุ้งเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ปัญหาด้านราคาที่เคยส่งผลกระทบต่อเกษตรกรกำลังคลี่คลาย ราคากุ้งปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลสะท้อนจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการตลาดและเร่งเชื่อมโยงการจำหน่ายผลผลิต
ทั้งนี้กรมฯได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เร่งดำเนินการเชื่อมโยงตลาดและรณรงค์การบริโภคกุ้งภายในประเทศ โดยนำกุ้งจากแหล่งผลิตสำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี ตรัง และฉะเชิงเทรา กระจายสู่ภฺมิภาคต่างๆ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ขยายฐานผู้บริโภค และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ราคากุ้งปรับตัวดีขึ้น สร้างรายได้และความมั่นใจให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง
นอกจากนี้กรมฯยังได้หารือสมาคมกุ้งไทย ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว โดยเห็นพ้องที่จะผลักดันการสร้างแบรนด์ “กุ้งไทย” ให้เป็นสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม สร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เพิ่มความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิตกุ้งไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี