542.jpg
‘พิพัฒน์’สั่งศึกษาย้าย‘ท่าเรือคลองเตย’ เคลียร์พื้นที่ผุด‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ยันไร้กาสิโน

‘พิพัฒน์’สั่งศึกษาย้าย‘ท่าเรือคลองเตย’ เคลียร์พื้นที่ผุด‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ยันไร้กาสิโน

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.03 น.

‘พิพัฒน์’สั่งศึกษาย้าย‘ท่าเรือคลองเตย’ เคลียร์พื้นที่ผุด‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์’ ยันไร้กาสิโน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม , นายชยธรรม พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือไทยให้เป็น “ประตูการค้าแห่งโอกาส” ของประชาชน และเป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศที่เชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและระบบโลจิสติกส์ของโลกเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ประธานกรรมการ กทท. , ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาท่าเรือในยุครัฐบาลนี้ จะต้องเป็นทั้ง World Class Port และ Green Port ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในระดับสากล ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

“ผมมีนโยบายที่จะให้ลดบทบาทของท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และย้ายการบริหารจัดการไปรวมศูนย์อยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เพียงแห่งเดียว เป็นการรวมศูนย์การบริหารท่าเรือหลักในประเทศ โดยมอบหมายปลัดกระทรวงคมนาคมไปตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวของ โดยเฉพาะตั้งแต่การจัดตั้งท่าเรือแหลมฉบัง ว่า มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวข้องว่าอย่างไร แต่หากไม่มีมติครม.กำหนดไว้ในเรื่งอการรวมท่าเรือทั้ง 2 แห่ง ก็ให้นำแนวคิดนี้ไปหารือในที่ประชุมครม.ต่อไป ผมมีนโยบายแบบนี้ ก็ให้ปลัดคมนาคมไปดูข้อมูล มติครม. และหารือกับทางคณะกรรมการ (บอร์ด) การท่าเรือฯ ในช่วงแรกจะเป็นการหารือกันภายในกระทรวงคมนาคม และเมื่อมีข้อมูลพร้อมแล้ว จะนำเสนอไปที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือในระดับนโยบายรัฐบาลต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากสามารถย้ายการขนส่งสินค้าออกจาท่าเรือกรุงเทพฯไปรวมที่ท่าเรือแหลมฉบังได้แล้ว สามารถนำพื้นที่ทั้งหมดมาพัฒนาเป็น Entertainment Complex ในรูปแบบที่ทันสมัย ซึ่งเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าต้องไม่มีกาสิโน โดยพื้นที่ที่จะพัฒนา จะประกอบด้วย ท่าเรือเรือสำราญ, ท่าเรือท่องเที่ยว , และโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดีเพื่อสร้างรายได้ให้กับกทท. ที่สำคัญ จะนำพื้นที่มาพัฒนาเป็ฯนที่อยู่อาศัยกับชุมชนคลองเตยได้เป็นการนำผลกำไรส่วนหนึ่งกลับมาดูแลชุมชน เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรอบท่าเรือที่มีอยู่กว่า 12,600 ครัวเรือน หรือประมาณ 40,000 คน โดยจะเปลี่ยนที่อยู่อาศัยของคนเหล่านี้จากแนวราบที่แออัดให้เป็นที่อยู่อาศัยแนวตั้งในลักษณะอาคารสูงที่ทันสมัย

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่เหลือไปพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนต้นแบบ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสูง คาดว่าจะใช้เนื้อที่ 500-600 ไร่ โดยยืนยันว่าจะลงพื้นที่ไปเจรจาและชี้แจงทำความเข้าใจกับคนในชุมชนด้วยตนเอง เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์และสวัสดิการที่จะได้รับในอนาคต

ผู้สื่อข่าวถามว่า กทท. มีแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 2,353.2 ไร่ ซึ่งมีการศึกษาไว้เมื่อปี 2562 นายพิพัฒน์ตอบว่า แผนพัฒนาเชิงพาณิชย์เดิมที่มี จะหารือกับปลัดกระทรวง ประธานบอร์ดก่อน เพราะต้องดูก่อนว่า ถ้าหากจะมีการพัฒนา ต้องใช้เวลาในการเจรจากับทางชุมชนก่อน โดยไม่สามารถบอกได้ว่า จะทำได้เมื่อไหร่ อยู่ที่การเจรจากับชุมชนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ต้องรื้อแผนแม่บทใหม่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ใช่หรือใช้คำว่าปฏิวัติแผนก็ได้ แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติจะต้องมีการหารือร่วมกับบอร์ดการท่าเรือฯ และขอความเห็นชอบจากประชาชนในชุมชนรวมถึงสหภาพฯการท่าเรือ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืนและไม่เป็นการบังคับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top