วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SME Sentiment Index : SMESI) ประจำเดือนมิถุนายน 2569 ว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการ SME จำนวน 2,762 ราย ใน 27 สาขาธุรกิจ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
ทั้งนี้พบว่าเดือนมิถุนายนถือเป็นเดือนแรกในรอบ 4 เดือนที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของดัชนีความเชื่อมั่น SME อย่างชัดเจน โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 44.8 มาอยู่ที่ 47.8 หลังจากที่ความเชื่อมั่นลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นในเดือนนี้ คือมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย ส่งผลให้องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ คำสั่งซื้อ ปริมาณการผลิต และการลงทุน ขยับกลับมาอยู่เหนือระดับค่าฐาน (50) อีกครั้ง สะท้อนถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่เริ่มกลับมาใกล้เคียงภาวะปกติ
อย่างไรก็ตามแม้ดัชนีความเชื่อมั่นภาพรวมจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังถือว่าต่ำกว่าระดับปกติ (ระดับฐานที่ 50) เนื่องจากองค์ประกอบด้าน “ต้นทุน” ยังอยู่ต่ำกว่าค่าฐานค่อนข้างมาก ปัญหาต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้แม้ยอดขายจะเริ่มกลับมา แต่กำไรยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้สมบูรณ์
ทั้งนี้เมื่อพิจารณารายพื้นที่และรายภาคธุรกิจ พบว่า รายภูมิภาค ฟื้นตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค แต่มีพื้นที่ที่ต้องติดตามเป็นพิเศษคือ ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นภูมิภาคเดียวที่การฟื้นตัวยังช้ากว่าพื้นที่อื่น โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เผชิญแรงกดดันด้านคำสั่งซื้อและต้นทุน
ในขณะที่รายภาคธุรกิจ ปรับตัวดีขึ้นทั้งหมด โดยภาคการค้า ฟื้นตัวเด่นที่สุดจากการได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ด้านภาคบริการ ดีขึ้นในกลุ่มบริการประจำวัน เช่น ร้านอาหารและการขนส่ง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และภาคการผลิต แม้จะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังเผชิญแรงกดดันเรื่องต้นทุนและคำสั่งซื้อ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่น SME คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 52.7 ปรับเพิ่มขึ้นและยืนอยู่เหนือระดับค่าฐานต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนว่าผู้ประกอบการ SME มีมุมมองเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้ามากขึ้น แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่ทรงตัวในระดับสูง และดัชนีด้านการจ้างงานยังคงทรงตัว ไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมากนัก
น.ส.ปณิตา กล่าวว่า รายงานสถานการณ์ด้านหนี้สินของ SME ไตรมาส 2 ปี 2569 ภาพรวมเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกและผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน โดยผลการสำรวจพบว่าสัดส่วน SME ที่มีภาระหนี้สินลดลงจาก 71% ในไตรมาสก่อน เหลือ 69.1% ในไตรมาสนี้ โดยที่น่าสนใจคือ ผู้ประกอบการขยับเข้าสู่การกู้ยืมเงินในระบบมากขึ้น เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 66% ซึ่งมีทั้งการกู้ยืมจากสถาบันการเงินและแหล่งเงินทุนทางเลือกในระบบอย่างสินเชื่อดิจิทัล ช่วยลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีต้นทุนสูงลงได้
ในขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ก็ปรับตัวดีขึ้น โดยมี SME มากถึง 85.3% ที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม สสว. พบว่าอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อคือ ความไม่พร้อมด้านเอกสารและระบบการเงินของผู้ประกอบการเอง จึงได้เร่งขับเคลื่อนโครงการ “Transforming SMEs ยกระดับการบริหารการเงินด้วย AI” เพื่อเข้าไปช่วยผู้ประกอบการจัดทำข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นระบบ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างยั่งยืน
นอกจากการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว สสว. ยังเดินหน้าวางรากฐานเชิงนโยบายระยะยาวเพื่อขับเคลื่อน SME อีก 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.การจัดทำแผนการส่งเสริม SME ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2571-2575) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางการพัฒนา SME ในช่วง 5 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการส่งเสริมกลุ่มเป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจง การสร้างภูมิคุ้มกัน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ เพื่อรับมือกับกฎเกณฑ์การค้าโลก เทคโนโลยี และความท้าทายในอนาคต
2.การทบทวนปรับนิยาม SME ใหม่ ซึ่งนิยามเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างธุรกิจ รายได้ การจ้างงาน และภาวะเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับนิยามครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในภาพรวมต่อไป
“ดัชนีความเชื่อมั่น SME เดือนมิถุนายนมีแนวโน้มฟื้นตัวจากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ แต่ยังเป็นการฟื้นตัวในระยะเริ่มต้น สิ่งที่ สสว. จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อจากนี้ คือการฟื้นตัวของยอดขายจะสามารถส่งผ่านไปสู่กำไร การจ้างงาน และการลงทุนระยะยาวของผู้ประกอบการได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการสะท้อนการฟื้นตัวของ SME ไทย”น.ส.ปณิตา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี