533.jpg
คต. ดัน SMEs สงขลาสู่ตลาดโลก จัดกิจกรรมเชื่อมเครือข่ายธุรกิจ–จับคู่การค้า

คต. ดัน SMEs สงขลาสู่ตลาดโลก จัดกิจกรรมเชื่อมเครือข่ายธุรกิจ–จับคู่การค้า

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ตลาดโลก  จัดกิจกรรม "กระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายทางการค้า (ในประเทศ)" ภายใต้โครงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือผู้ประกอบการ SMEs ให้มีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ Local to Global หรือ DFT+ ระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างเครือข่าย เปิดเวที Business Matching และศึกษาศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการค้าชายแดน เตรียมความพร้อมสู่ตลาดต่างประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้นางชนินทร หริ่มเจริญ   รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นหัวหน้าคณะนำผู้ประกอบการ SMEs และผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 100 ราย จัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์และสร้างเครือข่ายทางการค้า (ในประเทศ) ณ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Local to Global หรือ DFT+  ซึ่งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ สสว. เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทย ภายใต้แนวคิด "DFT+ บวกโอกาสให้ SMEs ไทย" มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ทั้งด้านองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าสู่ตลาดโลก โดยภายหลังการเปิดโครงการ ผู้ประกอบการได้ผ่านการอบรมเชิงลึกแล้ว 2 ครั้งจากทั้งหมด 5 ครั้ง ก่อนต่อยอดสู่การเรียนรู้นอกห้องอบรมผ่านกิจกรรมการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาซึ่งกิจกรรม   ครั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการได้ร่วมเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในพื้นที่ พร้อมร่วมกิจกรรม Team Building เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการต่อยอดธุรกิจและการสร้างพันธมิตรทางการค้า ในอนาคต และไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมอยู่ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เจรจาธุรกิจกับเครือข่ายผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วยผู้ซื้อ ผู้ค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก และห้างสรรพสินค้า เพื่อขยายตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ


นางชนินทร หริ่มเจริญ กล่าวว่า Business Matching ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพบปะระหว่างผู้ประกอบการ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับคู่ค้าศักยภาพ และการต่อยอดสู่การซื้อขายจริง โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก สามารถสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจเบื้องต้นกว่า 10 ล้านบาท และคาดว่าจะต่อยอดสู่การซื้อขายและความร่วมมือทางธุรกิจเพิ่มเติมในระยะต่อไป

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้นำผู้ประกอบการศึกษาดูงาน ณ ด่านศุลกากรสะเดา (แห่งใหม่) ซึ่งเป็นด่านการค้าชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของประเทศ รองรับการขนส่งสินค้าทางถนนไปยังมาเลเซียและเชื่อมต่อสู่สิงคโปร์ โดยผู้ประกอบการได้เรียนรู้การอำนวยความสะดวกผ่านระบบตรวจปล่อยสินค้าด้วยเครื่อง X-ray แบบ Fast Scan และระบบ National Single Window (NSW) และ ASEAN Single Window (ASW) ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศุลกากรปลายทาง ช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบการตรวจปล่อยสินค้า และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ศึกษาดูงานด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าทางรางเชื่อมไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ มีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าปริมาณมาก ทั้งประเภทตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าขนาดใหญ่ ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเสริมศักยภาพการค้าชายแดน โดยการศึกษาดูงานจากด่านศุลกากรทั้งสองแห่งทำให้ผู้ประกอบการได้รับความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ขั้นตอนการนำเข้า–ส่งออก และการวางแผนเพื่อขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กิจกรรมจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการ Local to Global (DFT+) ที่ผสานทั้งการเรียนรู้ในห้องอบรม การสร้างเครือข่ายธุรกิจ การลงพื้นที่ศึกษาการค้าจริง และการเชื่อมโยงคู่ค้าศักยภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทยสามารถเติบโตจาก Local สู่ Global ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top