มาถึงคำถามที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นโยเซฟ หรือ โมเสส ล้วนไม่รู้จักชื่อจริงของฟาโรห์ที่เขาเคยเผชิญหน้าด้วย มีเหตุผลที่รับได้หรือไม่
เพราะทั้งคัมภีร์ไบเบิลล้วนเรียกชื่อของกษัตริย์อียิปต์แต่เพียงว่า “ฟาโรห์” เท่านั้น
คำว่า “ฟาโรห์” เป็นคำในภาษาเฮียโรกลิฟส์ ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันในหมู่กษัตริย์ นักบวช และ ชนชั้นสูงของอียิปต์โบราณเท่านั้น ความหมายของคำว่า “เฮียโรกลิฟส์” นั้นแปลว่า “อักษรศักดิ์สิทธิ์” ตามวิธีใช้งานของตัวมันเอง
.jpg)
(จารึก โรเซตตา สโตน จัดแสดงอยู่ที่ BRITISH MUSEUM)
นอกจากนี้ อียิปต์โบราณยังมีตัวอักษรอีกชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานเฉพาะในกลุ่มชนชั้นต่ำลงมา อาจจะเรียกว่า ประชาชนทั่วไปก็ได้ ภาษานี้เรียกว่า “เดโมติค” ซึ่งมีความหมายตามตัวอักษรก็คือ ภาษาสำหรับประชาชน
ตัวอักษรทั้งสองแบบปรากฎอยู่บนศิลาจารึกที่เรียกกันว่า “หินโรเซตตา” ที่ถูกค้นพบทางตอนเหนือของประเทศอียิปต์ เมื่อปี 1799 ต่อมาหินก้อนนี้ได้กลายเป็นกุญเจในการไขความลับสู่โลกของอียิปต์โบราณ
.jpg)
(รูปสลักของอาลักษณ์ ในยุคอาณาจักรเก่าของอียิปต์โบราณ-ภาพโดยผู้เขียน)
ในพระราชวังของอียิปต์โบราณ จะมีเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งที่เรียกว่า “อาลักษณ์” หรือ ผู้จดบันทึกคำพูด หรือ คำสั่งของฟาโรห์ เพื่อให้ข้าราชการอื่นๆปฎิบัติตาม
นอกจากนั้น ในยุคสมัยที่นักวิชาการสันนิษฐานว่า ฟาโรห์ในยุคโมเสส อาจจะเป็นไปได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น ธุทโมเสส ที่ 3 , เซติ ที่ 1 , รามเซส ที่ 2 หรือ เมอเรนปทาห์ โอรสของรามเสส ที่ 2 ก็ตาม ทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมในการสร้างวิหาร และ จารึกชื่อของตัวเองเอาไว้ในวิหารทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นใน วิหารลักซอร์ , วิหารคาร์นัค , วิหารเดนเดอรา และ วิหารอาบิโดส
.jpg)
(บนกำแพงของวิหารเอ็ดฟู ก็มีชื่อของฟาโรห์แกะสลักอยู่ - ภาพโดยผู้เขียน)
สิ่งก่อสร้างทุกแห่งในอียิปต์ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงด้านนอกของวิหาร(PYLON) , จารึกด้านข้างของรูปสลักของฟาโรห์ , จารึกข้างกำแพงภายในวิหาร กำแพงริมทางเดิน และ ในห้องศักดิ์สิทธิ์ หรือ แม้กระทั่งในสุสานที่เป็นสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ ล้วนมีพระนามของฟาโรห์แกะสลักอยู่ทั้งนั้น
.jpg)
(บนทางเดินเข้าไปในสุสาน จะเห็นพระนามของฟาโรห์เขียนเอาไว้บนเพดาน และ ผนังทั้งสองข้าง - ภาพโดยผู้เขียน)
ทำไม โมเสส หรือ โยเซฟ จึงไม่เคยเห็นจารึกชื่อของฟาโรห์บนกำแพงเหล่านี้
คำถามก็คือ ใครเป็นผู้เขียนพระคัมภีร์ฉบับพันธะสัญญาเก่า
จากข้อมูลของนักวิชาการระบุว่า ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวยิว และ ชาวคริสต์ พระคัมภีร์ 4 ฉบับแรก คือ บทปฐมการ , บทอพยพ , บทเลวีนิติ และ บทกันดารวิถี เขียนขึ้นในราวศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล หรือ ในราว 1300 -1200 ปีก่อนคริสตกาล
ในช่วงเวลาดังกล่าว ตรงกับรัชสมัยของฟาโรห์หลายประองค์ เช่น ฟาโรห์รามเสส ที่ 1 (1292-1291 BC) , ฟาโรห์เซติที่ 1 (1290-1279 BC) , รามเสส ที่ 2 (1279 - 1213) และ ฟาโรห์เมอเรนปทาห์ (1213-1203 BC)
นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้เขียนไบเบิลน่าจะเป็น โมเสส
ที่น่าตั้งคำถามก็คือ ในขณะที่โมเสส เป็นผู้เขียนคัมภีร์ดังกล่าว เขามีชีวิตร่วมสมัยกับ ฟาโรห์ รามเสส ที่ 2 โมเสสถูกเลี้ยงดูในฐานะเจ้าชาย และมีฐานะใกล้ชิดเป็นพี่น้องกับรามเสส ที่ 2 ด้วย เขาย่อมสามารถอ่านตัวหนังสือ “เฮียโรกลิฟส์” ได้
และเขาจะต้องรู้ว่า ฟาโรห์ในยุค “อพยพ” นั้นมีชื่อว่าอะไร
แต่ทำไมจึงไม่ระบุชื่อของฟาโรห์ในคัมภีร์ไบเบิล ?
.jpg)
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
สนใจร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งผมจะเป็นผู้บรรยายชม ที่จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนมีนาคม2570 สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 รับจำนวนจำกัด
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี