วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สดุดีในหลวง
UNถกวาระพิเศษเทิดพระเกียรติ
รัฐบาลพร้อมรับคลื่นมหาชน
ถวายบังคมพระบรมศพ29ตค.
พระบรมฯรับสั่งส่งทีมแพทย์
ช่วยดูแลพสกนิกรถวายอาลัย
เวลา 17.17 น. วันที่ 27 ตุลาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศล
จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีล ต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารถวายพระธรรมเทศนา และพระ 4 รูป สวดธรรมคาถา
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดัปปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จฯกลับ
พระราชทานหนังสือที่ระลึก
ทั้งนี้ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือ “การประดิษฐานพระบรมโกศ” หนังสือ “พระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศไทยทรงครองราชย์ครบหมื่นวัน (ทศพิธราชธรรม ภาษาไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส) และภาพพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดโปสการ์ด พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน
เสด็จฯสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ
จากนั้น เวลา 19.34 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.53 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นผู้แทนแทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหารและวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 ตุลาคม
ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจาก วัดบวรนิเวศวิหารและวันดอนงคารามวรวิหาร
เวลา 12.15 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม
ต่อมาเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูป สวดถวายพระพร รับพระราชทานฉัน ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา สดับปกรณ์
พสกนิกรหลั่งไหลแสดงความอาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทั้งนี้พสกนิกรจากทั่วทั้งประเทศทยอยเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย โดยวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าไปในศาลาสหทัยสมาคมตั้งแต่เวลา 07.20 น.และปิดการสักการะพระบรมศพในเวลา 15.40 น. สรุปมีประชาชนมาลงนามแสดงความอาลัย 36,445 ราย รวม 13 วัน จำนวน 431,066 ราย มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งสิ้น 1,282,210 บาท รวม 13 วัน เป็นจำนวนเงิน 9,934,259.25 บาท
พระราชทานโจ๊กไข่ลวก-ข้าวมันไก่
ขณะที่บรรยากาศบริเวณสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีรัตน์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ตั้งเต็นท์พร้อมนำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชน โดยช่วงเช้าเมนูพระราชทาน ได้แก่ โจ๊กหมูกับไข่ลวก มื้อกลางวันเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และข้าวมันไก่ อย่างละ 1,500 ชุด ของว่างช่วงบ่ายเป็นขนมไทย เค็กกล้วยหอม แซนวิช น้ำสมุนไพร มื้อเย็น ข้าวสวยผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวไก่ทอดกระเทียม หมูทอดกระเทียม นอกจากนี้ ทรงมีพระราชบัณฑูรให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชนที่ไปร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกด้วย
ทุกหน่วยงานทำบุญ15วันถวายในหลวง
วันเดียวกัน หลายหน่วยงานพร้อมใจจัดพิธีทำบุญตักบาตร กล่าวแสดงความไว้อาลัย ยืนไว้อาลัย 89 วินาที เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลา อันยาวนานที่ผ่านมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เช่นที่รัฐสภา กองทัพอากาศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร รวมถึงที่ทำเนียบรัฐบาล โดยม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ประกาศสืบสานพระบรมราชปณิธานและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะเป็นข้าราชการที่ดีซื่อสัตย์สุจริตมุ่งมั่นแก้ปัญหาชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน จากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
ยูเอ็นจัดประชุมสดุดี“ในหลวง”
สืบเนื่องด้วยพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์และยอมรับไปทั่วโลก ทำให้หลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศพร้อมใจถวายราชสดุดีเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า วันที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ตามเวลาในสหรัฐหรือตรงกับเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมสมัชชายูเอ็นจะประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเปิดให้ผู้แทนประเทศต่างๆขึ้นกล่าวสดุดี ซึ่งการจัดประชุมเช่นนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก สำหรับการประชุมพิเศษเพื่อถวายสดุดีดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก ตามด้วยประธานของภูมิภาคต่างๆ 5 ภูมิภาค และน.ส.ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ โดยนายวีรชัยจะเป็นผู้กล่าวถวายสดุดีเป็นคนสุดท้ายและจะถ่ายทอดสดการประชุมดังกล่าวให้รับชมผ่าน Webcast ของสหประชาชาติด้วย
เทิดพระเกียรติร.5พระบิดาปฎิรูปข้าว
เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมามีมติเห็นชอบตามที่ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตคือ การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น“พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” เนื่องด้วยทรงริเริ่มปฏิรูปแนวทางพัฒนาการผลิตข้าวที่เอื้อประโยชน์ต่อการผลิตและการค้าข้าวของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1.ทรงยกเลิกกรมนาแล้วโปรดฯตั้งกระทรวงเกษตราธิการ 2.ทรงส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีทำนา การเพิ่มผลผลิตข้าว ขยายพื้นที่ปลูกข้าวด้วยการวางรากฐานระบบชลประทานสมัยใหม่ และทรงนำเครื่องจักรไถนามาทดลองใช้ 3.ทรงเลิกทาสส่งผลให้เพิ่มแรงงานผลิตข้าว เป็นแบบอย่างการเกษตรสมัยใหม่ 4.ทรงพัฒนาคุณภาพข้าวไทย ด้วยการแสวงหาพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ มีการประกวดพันธุ์ข้าว 5.ทรงสนับสนุนการค้าข้าว โดยริเริ่มระบบขนส่งทางรถไฟและกิจการไปรษณีย์โทรเลข และ 6.ทรงวางรากฐานงานวิจัยและพัฒนาข้าวไทย โปรดให้ตั้ง ร.ร.เกษตราธิการ
ร.9พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าว
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ครม.ยังได้มีมติเห็นชอบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็น“พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” เนื่องด้วยทรงมีพระราชดำริและทรงดำเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาข้าว การทดลองและวิจัยโครงการส่วนพระองค์ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงสนับสนุนงานวิจัยข้าว ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทพระวรกายและทรงพระราชวิริยอุตสาหะในการปรับใช้ผลการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมแก่พสกนิกรชาวไทย ได้แก่ 1.ทรงสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร ด้วยการฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2.ทรงสร้างความมั่นคงทางอาหาร กำเนิดธนาคารข้าว เกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมการทำนาขั้นบันได โครงการฝนหลวง การสร้างความร่วมมือในระดับชุมชน
3.ทรงให้ความสำคัญด้านการเพิ่มปริมาณและคุณภาพข้าว กำเนิด ธนาคารเมล็ดพันธุ์ การแก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วยการ“แกล้งดิน” ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าว รวมทั้งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่เกษตรกร 4.ทรงพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยศึกษาวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการปลูกข้าวและแปรรูปผลผลิตข้าวผ่านศูนย์ศึกษาและพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง สนับสนุนอาชีพให้เกษตรกร 5.ทรงพระราชทานแนวทางวิจัยและพัฒนาข้าว โดยให้คำนึงถึงต้นทุนการผลิต ระยะเวลาปลูก แรงงาน ปริมาณน้ำ ปุ๋ย และภาวการณ์ด้านตลาด 6.ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรวิจัยและพัฒนาข้าวทั้งในและต่างประเทศ และ 7.พระราชทานทุนสนับสนุนงานวิจัยด้านข้าวผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
งดจัดบอลประเพณีจุฬาฯ-มธ.ครั้งที่72
ขณะที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศงดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 จากเดิมกำหนดจัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเสนอให้นิสิตและนักศึกษาของ 2 สถาบันทำกิจกรรมร่วมกันแทน ส่วนการจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 31 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 มกราคม 2560 ก็งดการแข่งขันด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
ย้ำระเบียบกราบพระบรมศพ29ตค.
หลังสำนักพระราชวังออกประกาศตามที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมป เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวันแล้วนั้น ยังมีประกาศแจ้งระเบียบการเข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเปิดให้รับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวัน วันละ 10,000 คน
สำหรับการแต่งกาย โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ ชุดนักเรียน นิสิตนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้น ๆ สุภาพบุรุษ ขอความกรุณาสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ งดเว้นกางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้น สีดำ สุภาพสตรี ขอความกรุณาสวมชุดสุภาพสีดำ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง งดเว้นกระโปรงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ นอกจากนี้ สำนักพระราชวังยังแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป ไม่มีการลงนามแสดงความอาลัย
กอร.รส.แนะทยอยมา-ตจว.มากับมท.
ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) สนามหลวง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)แถลงหลังประชุมกอร.รส.ประจำวันถึงการปรับแผนรับมือประชาชนที่จะเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชวันที่ 29 ตุลาคมว่า กอร.รส.ร่วมกับสำนักพระราชวังจัดระเบียบประชาชน โดยกำหนดโควตาเข้าถวายบังคมพระบรมศพไว้ที่ 10,000 คนต่อวันโดยจะแจกบัตรคิวให้ ซึ่งประชาชนต้องมารับด้วยตัวเองที่หน้าวัดมหาธาตุฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เท่านั้น เพื่อไม่ให้หนาแน่นในวันแรก เพราะสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพต่อเนื่อง ส่วนประชาชนจากต่างจังหวัดอยากให้เข้าระบบของกระทรวงมหาดไทยที่จะดูแลตลอดการเดินทาง ซึ่งจะได้รับความสะดวกมากกว่าเดินทางมาเอง แต่เมื่อเดินทางถึงแล้วต้องมารับบัตรคิวเช่นเดียวกันไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ
ยกระดับรปภ.เต็มรูปแบบ
ส่วนการดูแลความปลอดภัยนั้น พล.ต.ท.อำนวยยืนยันว่ามีความพร้อมทั้งเครื่องมือเทคโนโลยี กล้อง CCTV ที่ติดตั้ง 16 จุดรวม 78 ตัวรอบสนามหลวง และวันที่ 28 ตุลาคม จะมีตำรวจประจำจุดสูงข่มรอบพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบ ขอฝากเตือนห้ามนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายรอบสนามหลวง โดยเฉพาะสินค้าไม่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการนำมาจำหน่ายแล้ว ขอประชาชนอย่าซื้อ หากพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่หมายเลข 1899 ส่วนแผนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เบื้องต้นวันที่ 29 ตุลาคมปิดการจราจรแน่ ส่วนปัญหาเด็กพลัดหลง ขณะนี้กอร.รส.จัดทำบัตรให้กรอกรายละเอียดเบอร์โทรผู้ปกครองใส่กระเป๋าเสื้อให้บุตรหลาน ขอรับบัตรได้ที่เจ้าหน้าที่เทศกิจที่กระจายอยู่รอบสนามหลวง
วางกำลังตร.3พันนาย-CCTVใช้งานได้
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ประชุมกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมว่า จะใช้กำลังตำรวจนครบาล 3,000 นายต่อวัน เน้นอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ตั้งจุดคัดกรองประชาชน 8 จุด ซึ่งการข่าวขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ ยืนยันว่ากล้อง CCTV รอบพื้นที่สนามหลวงกว่า 1,300 ตัวใช้งานได้ทั้งหมด
ในส่วนพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)เผยถึงการจัดการจราจรรอบพระบรมมหาราชวังวันที่ 29 ตุลาคมว่า จะปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.ในเส้นทางมุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ประกอบด้วย ถ.หลานหลวง แยกจปร. ถ.ราชดำเนินนอก แยกอรุณอมรินทร์ และวงเวียนรักษาดินแดน
บช.น. แจ้งปิดถนน27เส้นทาง29-30ต.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บช.น.ประชุมเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและรับมือการจราจรวันที่ 29-30 ตุลาคม รองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเข้ามาพื้นที่สนามหลวง โดยปรับแผนจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป และจะขยายพื้นที่ปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้นรวม 27 เส้นทาง แต่จะยกเว้นให้รถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเทิลบัส (shuttle bus) ที่จะเข้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น การปิดการจราจรรูปแบบดังกล่าวจะปิดต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับเบาบางลงก่อน จึงจะเปิดการจราจรตามปกติช่วงกลางคืน สอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 1197 และเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th
สั่งกกล.รส.ดูแลปชช.ตั้งแต่จว.ต้นทาง
อีกด้านหนึ่ง พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยว่า ในส่วนกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.มอบให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ทุกจังหวัด ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเป็นส่วนรวม ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดลำดับแต่ละจังหวัดไว้ช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2559-20 มกราคม 2560 โดยกกล.รส.แต่ละพื้นที่จะดูแลประชาชนตั้งแต่จุดเริ่มต้นเดินทางแต่ละจังหวัด
เปิดค่ายทหารเป็นจุดพักรถพักคน
นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังสั่งให้เปิดค่ายทหารตามเส้นทางผ่านเป็นจุดพักรถพักคน ดังนี้ ภาคเหนือ ที่ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น และค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ภาคใต้ ค่ายธนรัตน์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคกลาง จุดพักระหว่างทางจะอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งทุกจุดพักระหว่างทางมีทหารดูแลประชาชน พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอาหาร เครื่องดื่ม สุขาและบริการแพทย์
จัด2จุดในกทม.รับคนตจว.
พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ กทม.จัดจุดพักรอไว้ 2 แห่งคือ ศูนย์ประชุมอิมแพคเมืองทองธานี และพุทธมณฑล โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 จะเข้าช่วยบริหารจัดการทั้งเรื่องที่จอดรถ การเปลี่ยนถ่ายพาหนะไปยังจุดรับส่งบริเวณถ.ราชดำเนิน และเข้าพื้นที่สนามหลวงต่อไป รวมทั้งการให้คำแนะนำการปฏิบัติในการเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ
ระดมนศ.-นร.นายร้อย200คน/วันดูแล
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม กองทัพบกจะนำนักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนนายร้อยและนักเรียนพยาบาลจาก 4 เหล่าทัพ และนักเรียนแพทย์ทหารของกองทัพบกวันละ 200 คน มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนรอบพระบรมมหาราชวัง เน้นจัดระเบียบบุคคลที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ รวมทั้งเป็นจิตอาสาดูแลสิ่งของที่นำมาบริการประชาชนในสนามหลวงด้วย
พร้อมรับปชช.เรือนหมื่น
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม
กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพวันที่ 29 ตุลาคมว่า ทุกอย่างพร้อมแล้ว ส่วนการป้องกันมิจฉาชีพหรือกลุ่มไม่หวังดี เจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรอง 6 จุด รอบพระบรมมหาราชวังตรวจเข้ม ส่วนบางคนที่เป็นห่วงว่าวันที่ 29-31 ตุลาคม ซึ่งเป็น 3 วันแรกที่เปิดให้เข้ากราบบังคมพระบรมศพ จะมีประชาชนเข้ามาจำนวนมากนั้น เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือทั้งเรื่องจราจร การอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ และการบริหารจัดการประชาชนในการเดินทางมา โดยเฉพาะจากจังหวัดต่างๆทั้ง 76 จังหวัดจะเฉลี่ยและทยอยเข้ามา ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลประเมินว่าช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม น่าจะรองรับประชาชนที่เข้ามาได้วันละ 10,000 คน ส่วนยอดรวมประชาชนที่เดินทางทางมาลงนามในช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ยวันละประมาณ 30,000 คน
เปิดให้ปชช.ร่วมสร้างพระเมรุฯ
ความคืบหน้าการเตรียมการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)เป็นแม่งานหลักนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากนี้จะประชุมสรุปความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยจะทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทั้งนี้ การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบต้องใช้เวลามาก แต่คาดไม่ถึง 1 ปี และจะให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนราชรถราชยานที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น จะต้องปรับปรุง แม้ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน แต่ต้องปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม
เชื่อเปิดชมวัง1พย.ไม่กระทบราชพิธี
ส่วนวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังตามปกตินั้น พล.อ.ธนะศักดิ์เชื่อว่าจะไม่กระทบพระราชพิธีและความรู้สึกคนไทย เพราะก่อนหน้านี้ได้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวแล้วว่าควรทำอย่างไรจึงจะเกิดความเหมาะสมทั้งการแต่งกายและเรื่องอื่น นอกจากนี้ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบินและโรงแรมก็แจกโบว์สีดำแก่นักท่องเที่ยว และขณะนี้ได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตามรอยพ่อให้ต่างชาติได้รับทราบ และหลังดำเนินการ นักท่องเที่ยวตอบรับเป็นอย่างดี
ยันรบ.ไม่รู้ตั้งคิงองค์ใหม่เมื่อใด
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ว่า ขณะนี้ไม่มีสัญญาณใดๆ ยืนยันรัฐบาลไม่ทราบว่าจะมีขึ้นเมื่อใด แต่ที่มีการพูดกันไปนั้นเรียกว่าเป็นการพูดกันไปเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
พสกนิกรร่วมบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร
สำหรับบรรยากาศแต่ละจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันเดียวกัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ครบ 15 วัน การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งหน่วยงานของรัฐพร้อมใจจัดขึ้น ทั้งการทำบุญตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งประชาชนต่างน้อมจิตปฏิญาณตนเป็นคนดี จะน้อมนำแนวพระราโชวาท พระราชดำรัส เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สมดังที่พระองค์ได้ตั้งพระราชหฤทัยไว้
ตร.ภ.7จัดรถตู้229บริการรับ-ส่ง
ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐมมีพิธีปล่อยแถวขบวนรถตู้โดยสาร เพื่อให้บริการรับ-ส่ง ประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-28 พฤศจิกายน รวมรถตู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 229 คัน
จุดผ่านแดนช่องสะงำจัดสมุดลงนาม
ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษจัดสมุดลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมจัดทำริบบิ้นสีดำแจกให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมีชาวไทยและกัมพูชาที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนทยอยเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงสอนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
แห่แลกซื้อธนบัตรที่ระลึก84พรรษา
สำหรับการแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 84 พรรษา ฉบับละ 100 บาท หลังธนาคารแห่งประเทศไทย จัดสรรให้ธนาคารของรัฐ ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศต้องการนำไปบูชาเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนมารอเข้าแถวแลกซื้อจำนวนมาก หลายแห่งจำหน่ายหมดในเวลา 2ชั่วโมง และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท ประชาชนมารอจองคิวตั้งแต่เวลา 02.00 น. เมื่อธนาคารเปิดทำการใช้เวลาเพียง 10 นาทีคิวจำนวน 400 คิว ก็ถูกจองจนเต็มโควต้า โดยจำกัดการแลกซื้อเพียงคนละไม่เกิน 1 ฉบับ
หนุ่มเชียงใหม่มารอตั้งแต่เที่ยงคืน
ส่วนนายวิทยา รัตนย่อมงามดี อายุ 39 ปี ชาวบ้านป่าตึง ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคนแรก ที่ได้คิวแลกซื้อธนบัตรดังกล่าวที่ธนาคารกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ ในตัวเมืองเชียงใหม่เผยว่าออกจากบ้านมาตั้งแต่เที่ยงคืนถึงธนาคารตอนตี 4 และนอนรอหน้าธนาคาร ต้องการมาแลกธนบัตรที่ระลึกให้ได้เพื่อเก็บไว้ ให้ลูกหลานเป็นที่ระลึกด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อคนไทย
สาวอุดรฯขอเก็บไว้ให้ลูกหลานดู
ขณะที่นางสาวจุฑาภา นาสมวงศ์ อายุ 20 ปี ชาวอุดรธานี กล่าวว่า ได้มารอเข้าคิวที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพราะกลัวไม่ทัน เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยไปรอคิวที่ธนาคารออมสินแล้วไม่ทัน สำหรับธนบัตรที่ระลึกนี้ อยากจะเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู เพราะเป็นธนบัตรที่สำคัญมาก เป็นรุ่นสุดท้ายที่เกี่ยวกับเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
แจกริบบิ้นดำให้ราษฎรชายแดน
ขณะเดียวกัน พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพาสั่งการให้พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา จัดกำลังพลทหารพราน ร้อย ทพ.1201ฯ พร้อม อส.ทพ.หญิง จาก ฉก.กรม.ทพ.12ฯ ร่วมกันทำริบบิ้นดำ นำไปแจกให้ราษฎรไทยตามหมู่บ้านชายแดน พื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วให้ได้มีโอกาสร่วมไว้อาลัยต่อการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนำไปแจกให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้าประเทศไทย บริเวณจุดตรวจร่วม อ.05 ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด้วย
วัดถ้ำสิงโตดูแลต้นไม้ของพ่อฯอย่างดี
พระครูภาวนาชิติคุณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรีเผยถึงพระกระแสรับสั่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระราชทาน เมื่อครั้งเสด็จฯมาที่วัดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535ความว่า “รักษาป่าได้สมบูรณ์สวยงามดี ขอให้รักษาไว้ตลอดไป” ซึ่งคณะสงฆ์และประชาชนที่อาศัยรอบวัดยึดหลักพระราชดำริดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้ให้อุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะต้นสักทอง หรือ“ต้นไม้ของพ่อ ต้นไม้ของแม่” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงปลูกไว้หน้าพระอุโบสถสก.ครั้งเสด็จฯมาตัดหวายลูกนิมิต พร้อมทรงประกอบพิธีเททองที่วัดถ้ำสิงโตทอง รวมแล้ว 24 ปีเศษ ปัจจุบันยังมีสภาพสมบูรณ์ลำต้นใหญ่สูงกว่า 15 เมตร ออกเมล็ดผลจำนวนมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี