533.jpg
สดุดีในหลวง  UNถกวาระพิเศษเทิดพระเกียรติ  รัฐบาลพร้อมรับคลื่นมหาชน

สดุดีในหลวง UNถกวาระพิเศษเทิดพระเกียรติ รัฐบาลพร้อมรับคลื่นมหาชน

วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สดุดีในหลวง

UNถกวาระพิเศษเทิดพระเกียรติ

รัฐบาลพร้อมรับคลื่นมหาชน

ถวายบังคมพระบรมศพ29ตค.

พระบรมฯรับสั่งส่งทีมแพทย์

ช่วยดูแลพสกนิกรถวายอาลัย

เวลา 17.17 น. วันที่ 27 ตุลาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังเสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศล

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีล ต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารถวายพระธรรมเทศนา และพระ 4 รูป สวดธรรมคาถา


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดัปปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯไปทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จฯกลับ

พระราชทานหนังสือที่ระลึก

ทั้งนี้ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวารถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักราชเลขาธิการจัดพิมพ์หนังสือ “การประดิษฐานพระบรมโกศ” หนังสือ “พระเจ้าอยู่หัวแห่งประเทศไทยทรงครองราชย์ครบหมื่นวัน (ทศพิธราชธรรม ภาษาไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศส) และภาพพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขนาดโปสการ์ด พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อเป็นอนุสรณ์วิทยาทาน

เสด็จฯสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

จากนั้น เวลา 19.34 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 06.53 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นผู้แทนแทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหารและวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 26 ตุลาคม

ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจาก วัดบวรนิเวศวิหารและวันดอนงคารามวรวิหาร

เวลา 12.15 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดบวรนิเวศวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม

ต่อมาเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า จะมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูป สวดถวายพระพร รับพระราชทานฉัน ประเคนผ้าไตรพระ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา สดับปกรณ์

พสกนิกรหลั่งไหลแสดงความอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทั้งนี้พสกนิกรจากทั่วทั้งประเทศทยอยเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย โดยวันนี้เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าไปในศาลาสหทัยสมาคมตั้งแต่เวลา 07.20 น.และปิดการสักการะพระบรมศพในเวลา 15.40 น. สรุปมีประชาชนมาลงนามแสดงความอาลัย 36,445 ราย รวม 13 วัน จำนวน 431,066 ราย มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งสิ้น 1,282,210 บาท รวม 13 วัน เป็นจำนวนเงิน 9,934,259.25 บาท

พระราชทานโจ๊กไข่ลวก-ข้าวมันไก่

ขณะที่บรรยากาศบริเวณสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีรัตน์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพและลงนามแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ตั้งเต็นท์พร้อมนำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกให้ประชาชน โดยช่วงเช้าเมนูพระราชทาน ได้แก่ โจ๊กหมูกับไข่ลวก มื้อกลางวันเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ และข้าวมันไก่ อย่างละ 1,500 ชุด ของว่างช่วงบ่ายเป็นขนมไทย เค็กกล้วยหอม แซนวิช น้ำสมุนไพร มื้อเย็น ข้าวสวยผัดเผ็ดหมูป่า ข้าวไก่ทอดกระเทียม หมูทอดกระเทียม นอกจากนี้ ทรงมีพระราชบัณฑูรให้แพทย์ทหารอากาศ ถวายงานร่วมกับแพทย์พระราชฐาน 904 ให้บริการประชาชนที่ไปร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอีกด้วย

ทุกหน่วยงานทำบุญ15วันถวายในหลวง

วันเดียวกัน หลายหน่วยงานพร้อมใจจัดพิธีทำบุญตักบาตร กล่าวแสดงความไว้อาลัย ยืนไว้อาลัย 89 วินาที เนื่องในการบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลา อันยาวนานที่ผ่านมา ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เช่นที่รัฐสภา กองทัพอากาศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร รวมถึงที่ทำเนียบรัฐบาล โดยม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ประกาศสืบสานพระบรมราชปณิธานและเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท จะเป็นข้าราชการที่ดีซื่อสัตย์สุจริตมุ่งมั่นแก้ปัญหาชาติและประชาชน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน จากนั้นร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ยูเอ็นจัดประชุมสดุดี“ในหลวง”

สืบเนื่องด้วยพระปรีชาสามารถเป็นที่ประจักษ์และยอมรับไปทั่วโลก ทำให้หลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศพร้อมใจถวายราชสดุดีเชิดชูพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า วันที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ตามเวลาในสหรัฐหรือตรงกับเวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมสมัชชายูเอ็นจะประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเปิดให้ผู้แทนประเทศต่างๆขึ้นกล่าวสดุดี ซึ่งการจัดประชุมเช่นนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก สำหรับการประชุมพิเศษเพื่อถวายสดุดีดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก ตามด้วยประธานของภูมิภาคต่างๆ 5 ภูมิภาค และน.ส.ซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ โดยนายวีรชัยจะเป็นผู้กล่าวถวายสดุดีเป็นคนสุดท้ายและจะถ่ายทอดสดการประชุมดังกล่าวให้รับชมผ่าน Webcast ของสหประชาชาติด้วย

เทิดพระเกียรติร.5พระบิดาปฎิรูปข้าว

เช่นเดียวกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมามีมติเห็นชอบตามที่ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตคือ การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็น“พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” เนื่องด้วยทรงริเริ่มปฏิรูปแนวทางพัฒนาการผลิตข้าวที่เอื้อประโยชน์ต่อการผลิตและการค้าข้าวของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ได้แก่ 1.ทรงยกเลิกกรมนาแล้วโปรดฯตั้งกระทรวงเกษตราธิการ 2.ทรงส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีทำนา การเพิ่มผลผลิตข้าว ขยายพื้นที่ปลูกข้าวด้วยการวางรากฐานระบบชลประทานสมัยใหม่ และทรงนำเครื่องจักรไถนามาทดลองใช้ 3.ทรงเลิกทาสส่งผลให้เพิ่มแรงงานผลิตข้าว เป็นแบบอย่างการเกษตรสมัยใหม่ 4.ทรงพัฒนาคุณภาพข้าวไทย ด้วยการแสวงหาพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ มีการประกวดพันธุ์ข้าว 5.ทรงสนับสนุนการค้าข้าว โดยริเริ่มระบบขนส่งทางรถไฟและกิจการไปรษณีย์โทรเลข และ 6.ทรงวางรากฐานงานวิจัยและพัฒนาข้าวไทย โปรดให้ตั้ง ร.ร.เกษตราธิการ

ร.9พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ครม.ยังได้มีมติเห็นชอบเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็น“พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” เนื่องด้วยทรงมีพระราชดำริและทรงดำเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาข้าว การทดลองและวิจัยโครงการส่วนพระองค์ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงสนับสนุนงานวิจัยข้าว ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทพระวรกายและทรงพระราชวิริยอุตสาหะในการปรับใช้ผลการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมแก่พสกนิกรชาวไทย ได้แก่ 1.ทรงสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร ด้วยการฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2.ทรงสร้างความมั่นคงทางอาหาร กำเนิดธนาคารข้าว เกษตรทฤษฎีใหม่ ส่งเสริมการทำนาขั้นบันได โครงการฝนหลวง การสร้างความร่วมมือในระดับชุมชน

3.ทรงให้ความสำคัญด้านการเพิ่มปริมาณและคุณภาพข้าว กำเนิด ธนาคารเมล็ดพันธุ์ การแก้ปัญหาดินเปรี้ยวด้วยการ“แกล้งดิน” ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการปลูกข้าว รวมทั้งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีสู่เกษตรกร 4.ทรงพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยศึกษาวิจัยและทดสอบเทคโนโลยีการปลูกข้าวและแปรรูปผลผลิตข้าวผ่านศูนย์ศึกษาและพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง สนับสนุนอาชีพให้เกษตรกร 5.ทรงพระราชทานแนวทางวิจัยและพัฒนาข้าว โดยให้คำนึงถึงต้นทุนการผลิต ระยะเวลาปลูก แรงงาน ปริมาณน้ำ ปุ๋ย และภาวการณ์ด้านตลาด 6.ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์องค์กรวิจัยและพัฒนาข้าวทั้งในและต่างประเทศ และ 7.พระราชทานทุนสนับสนุนงานวิจัยด้านข้าวผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

งดจัดบอลประเพณีจุฬาฯ-มธ.ครั้งที่72

ขณะที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศงดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 72 จากเดิมกำหนดจัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเสนอให้นิสิตและนักศึกษาของ 2 สถาบันทำกิจกรรมร่วมกันแทน ส่วนการจัดการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 31 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 26 มกราคม 2560 ก็งดการแข่งขันด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

ย้ำระเบียบกราบพระบรมศพ29ตค.

หลังสำนักพระราชวังออกประกาศตามที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมป เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวันแล้วนั้น ยังมีประกาศแจ้งระเบียบการเข้าถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเปิดให้รับบัตรคิวตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.ทุกวัน วันละ 10,000 คน

สำหรับการแต่งกาย โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ ชุดนักเรียน นิสิตนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้น ๆ สุภาพบุรุษ ขอความกรุณาสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ งดเว้นกางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้น สีดำ สุภาพสตรี ขอความกรุณาสวมชุดสุภาพสีดำ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง งดเว้นกระโปรงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ นอกจากนี้ สำนักพระราชวังยังแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป ไม่มีการลงนามแสดงความอาลัย

กอร.รส.แนะทยอยมา-ตจว.มากับมท.

ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) สนามหลวง พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)แถลงหลังประชุมกอร.รส.ประจำวันถึงการปรับแผนรับมือประชาชนที่จะเดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชวันที่ 29 ตุลาคมว่า กอร.รส.ร่วมกับสำนักพระราชวังจัดระเบียบประชาชน โดยกำหนดโควตาเข้าถวายบังคมพระบรมศพไว้ที่ 10,000 คนต่อวันโดยจะแจกบัตรคิวให้ ซึ่งประชาชนต้องมารับด้วยตัวเองที่หน้าวัดมหาธาตุฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.เท่านั้น เพื่อไม่ให้หนาแน่นในวันแรก เพราะสำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพต่อเนื่อง ส่วนประชาชนจากต่างจังหวัดอยากให้เข้าระบบของกระทรวงมหาดไทยที่จะดูแลตลอดการเดินทาง ซึ่งจะได้รับความสะดวกมากกว่าเดินทางมาเอง แต่เมื่อเดินทางถึงแล้วต้องมารับบัตรคิวเช่นเดียวกันไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ

ยกระดับรปภ.เต็มรูปแบบ

ส่วนการดูแลความปลอดภัยนั้น พล.ต.ท.อำนวยยืนยันว่ามีความพร้อมทั้งเครื่องมือเทคโนโลยี กล้อง CCTV ที่ติดตั้ง 16 จุดรวม 78 ตัวรอบสนามหลวง และวันที่ 28 ตุลาคม จะมีตำรวจประจำจุดสูงข่มรอบพื้นที่ ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเต็มรูปแบบ ขอฝากเตือนห้ามนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายรอบสนามหลวง โดยเฉพาะสินค้าไม่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการนำมาจำหน่ายแล้ว ขอประชาชนอย่าซื้อ หากพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่หมายเลข 1899 ส่วนแผนอำนวยความสะดวกด้านการจราจรยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เบื้องต้นวันที่ 29 ตุลาคมปิดการจราจรแน่ ส่วนปัญหาเด็กพลัดหลง ขณะนี้กอร.รส.จัดทำบัตรให้กรอกรายละเอียดเบอร์โทรผู้ปกครองใส่กระเป๋าเสื้อให้บุตรหลาน ขอรับบัตรได้ที่เจ้าหน้าที่เทศกิจที่กระจายอยู่รอบสนามหลวง

วางกำลังตร.3พันนาย-CCTVใช้งานได้

ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ประชุมกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมว่า จะใช้กำลังตำรวจนครบาล 3,000 นายต่อวัน เน้นอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ตั้งจุดคัดกรองประชาชน 8 จุด ซึ่งการข่าวขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ ยืนยันว่ากล้อง CCTV รอบพื้นที่สนามหลวงกว่า 1,300 ตัวใช้งานได้ทั้งหมด

ในส่วนพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)เผยถึงการจัดการจราจรรอบพระบรมมหาราชวังวันที่ 29 ตุลาคมว่า จะปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.ในเส้นทางมุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ประกอบด้วย ถ.หลานหลวง แยกจปร. ถ.ราชดำเนินนอก แยกอรุณอมรินทร์ และวงเวียนรักษาดินแดน

บช.น. แจ้งปิดถนน27เส้นทาง29-30ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บช.น.ประชุมเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและรับมือการจราจรวันที่ 29-30 ตุลาคม รองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเข้ามาพื้นที่สนามหลวง โดยปรับแผนจัดการจราจรใหม่ โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป และจะขยายพื้นที่ปิดการจราจรวงรอบใหญ่ขึ้นรวม 27 เส้นทาง แต่จะยกเว้นให้รถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถทัวร์ รถชัตเทิลบัส (shuttle bus) ที่จะเข้ามารับ-ส่งประชาชนเท่านั้น การปิดการจราจรรูปแบบดังกล่าวจะปิดต่อเนื่องจนถึงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับเบาบางลงก่อน จึงจะเปิดการจราจรตามปกติช่วงกลางคืน สอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 1197 และเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th

สั่งกกล.รส.ดูแลปชช.ตั้งแต่จว.ต้นทาง

อีกด้านหนึ่ง พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เปิดเผยว่า ในส่วนกองทัพบก (ทบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.มอบให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)ทุกจังหวัด ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเป็นส่วนรวม ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดลำดับแต่ละจังหวัดไว้ช่วงวันที่ 29 ตุลาคม 2559-20 มกราคม 2560 โดยกกล.รส.แต่ละพื้นที่จะดูแลประชาชนตั้งแต่จุดเริ่มต้นเดินทางแต่ละจังหวัด

เปิดค่ายทหารเป็นจุดพักรถพักคน

นอกจากนี้ ผบ.ทบ.ยังสั่งให้เปิดค่ายทหารตามเส้นทางผ่านเป็นจุดพักรถพักคน ดังนี้ ภาคเหนือ ที่ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น และค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ภาคใต้ ค่ายธนรัตน์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคกลาง จุดพักระหว่างทางจะอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งทุกจุดพักระหว่างทางมีทหารดูแลประชาชน พร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอาหาร เครื่องดื่ม สุขาและบริการแพทย์

จัด2จุดในกทม.รับคนตจว.

พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวต่อว่า เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ กทม.จัดจุดพักรอไว้ 2 แห่งคือ ศูนย์ประชุมอิมแพคเมืองทองธานี และพุทธมณฑล โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 จะเข้าช่วยบริหารจัดการทั้งเรื่องที่จอดรถ การเปลี่ยนถ่ายพาหนะไปยังจุดรับส่งบริเวณถ.ราชดำเนิน และเข้าพื้นที่สนามหลวงต่อไป รวมทั้งการให้คำแนะนำการปฏิบัติในการเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ระดมนศ.-นร.นายร้อย200คน/วันดูแล

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม กองทัพบกจะนำนักศึกษาวิชาทหาร นักเรียนนายร้อยและนักเรียนพยาบาลจาก 4 เหล่าทัพ และนักเรียนแพทย์ทหารของกองทัพบกวันละ 200 คน มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนรอบพระบรมมหาราชวัง เน้นจัดระเบียบบุคคลที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ รวมทั้งเป็นจิตอาสาดูแลสิ่งของที่นำมาบริการประชาชนในสนามหลวงด้วย

พร้อมรับปชช.เรือนหมื่น

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม

กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพวันที่ 29 ตุลาคมว่า ทุกอย่างพร้อมแล้ว ส่วนการป้องกันมิจฉาชีพหรือกลุ่มไม่หวังดี เจ้าหน้าที่ตั้งจุดคัดกรอง 6 จุด รอบพระบรมมหาราชวังตรวจเข้ม ส่วนบางคนที่เป็นห่วงว่าวันที่ 29-31 ตุลาคม ซึ่งเป็น 3 วันแรกที่เปิดให้เข้ากราบบังคมพระบรมศพ จะมีประชาชนเข้ามาจำนวนมากนั้น เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือทั้งเรื่องจราจร การอำนวยความสะดวกด้านการแพทย์ และการบริหารจัดการประชาชนในการเดินทางมา โดยเฉพาะจากจังหวัดต่างๆทั้ง 76 จังหวัดจะเฉลี่ยและทยอยเข้ามา ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลประเมินว่าช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม น่าจะรองรับประชาชนที่เข้ามาได้วันละ 10,000 คน ส่วนยอดรวมประชาชนที่เดินทางทางมาลงนามในช่วงที่ผ่านมาเฉลี่ยวันละประมาณ 30,000 คน

เปิดให้ปชช.ร่วมสร้างพระเมรุฯ

ความคืบหน้าการเตรียมการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)เป็นแม่งานหลักนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากนี้จะประชุมสรุปความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยจะทำทุกอย่างตามขั้นตอน ทั้งนี้ การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบต้องใช้เวลามาก แต่คาดไม่ถึง 1 ปี และจะให้ทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนราชรถราชยานที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น จะต้องปรับปรุง แม้ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน แต่ต้องปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม

เชื่อเปิดชมวัง1พย.ไม่กระทบราชพิธี

ส่วนวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังตามปกตินั้น พล.อ.ธนะศักดิ์เชื่อว่าจะไม่กระทบพระราชพิธีและความรู้สึกคนไทย เพราะก่อนหน้านี้ได้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวแล้วว่าควรทำอย่างไรจึงจะเกิดความเหมาะสมทั้งการแต่งกายและเรื่องอื่น นอกจากนี้ ตามสถานที่ต่างๆ เช่น สนามบินและโรงแรมก็แจกโบว์สีดำแก่นักท่องเที่ยว และขณะนี้ได้ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตามรอยพ่อให้ต่างชาติได้รับทราบ และหลังดำเนินการ นักท่องเที่ยวตอบรับเป็นอย่างดี

ยันรบ.ไม่รู้ตั้งคิงองค์ใหม่เมื่อใด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงขั้นตอนสืบราชสันตติวงศ์ว่า ขณะนี้ไม่มีสัญญาณใดๆ ยืนยันรัฐบาลไม่ทราบว่าจะมีขึ้นเมื่อใด แต่ที่มีการพูดกันไปนั้นเรียกว่าเป็นการพูดกันไปเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

พสกนิกรร่วมบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร

สำหรับบรรยากาศแต่ละจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้าวันเดียวกัน ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ครบ 15 วัน การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งหน่วยงานของรัฐพร้อมใจจัดขึ้น ทั้งการทำบุญตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งประชาชนต่างน้อมจิตปฏิญาณตนเป็นคนดี จะน้อมนำแนวพระราโชวาท พระราชดำรัส เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สมดังที่พระองค์ได้ตั้งพระราชหฤทัยไว้

ตร.ภ.7จัดรถตู้229บริการรับ-ส่ง

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐมมีพิธีปล่อยแถวขบวนรถตู้โดยสาร เพื่อให้บริการรับ-ส่ง ประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางไปถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-28 พฤศจิกายน รวมรถตู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 229 คัน

จุดผ่านแดนช่องสะงำจัดสมุดลงนาม

ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษจัดสมุดลงนามแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมจัดทำริบบิ้นสีดำแจกให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยมีชาวไทยและกัมพูชาที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนทยอยเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัยอย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงสอนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แห่แลกซื้อธนบัตรที่ระลึก84พรรษา

สำหรับการแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 84 พรรษา ฉบับละ 100 บาท หลังธนาคารแห่งประเทศไทย จัดสรรให้ธนาคารของรัฐ ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศต้องการนำไปบูชาเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตลอดทั้งวันมีประชาชนมารอเข้าแถวแลกซื้อจำนวนมาก หลายแห่งจำหน่ายหมดในเวลา 2ชั่วโมง และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาชัยนาท ประชาชนมารอจองคิวตั้งแต่เวลา 02.00 น. เมื่อธนาคารเปิดทำการใช้เวลาเพียง 10 นาทีคิวจำนวน 400 คิว ก็ถูกจองจนเต็มโควต้า โดยจำกัดการแลกซื้อเพียงคนละไม่เกิน 1 ฉบับ

หนุ่มเชียงใหม่มารอตั้งแต่เที่ยงคืน

ส่วนนายวิทยา รัตนย่อมงามดี อายุ 39 ปี ชาวบ้านป่าตึง ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นคนแรก ที่ได้คิวแลกซื้อธนบัตรดังกล่าวที่ธนาคารกรุงไทย สาขาข่วงสิงห์ ในตัวเมืองเชียงใหม่เผยว่าออกจากบ้านมาตั้งแต่เที่ยงคืนถึงธนาคารตอนตี 4 และนอนรอหน้าธนาคาร ต้องการมาแลกธนบัตรที่ระลึกให้ได้เพื่อเก็บไว้ ให้ลูกหลานเป็นที่ระลึกด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อคนไทย

สาวอุดรฯขอเก็บไว้ให้ลูกหลานดู

ขณะที่นางสาวจุฑาภา นาสมวงศ์ อายุ 20 ปี ชาวอุดรธานี กล่าวว่า ได้มารอเข้าคิวที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพราะกลัวไม่ทัน เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยไปรอคิวที่ธนาคารออมสินแล้วไม่ทัน สำหรับธนบัตรที่ระลึกนี้ อยากจะเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู เพราะเป็นธนบัตรที่สำคัญมาก เป็นรุ่นสุดท้ายที่เกี่ยวกับเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แจกริบบิ้นดำให้ราษฎรชายแดน

ขณะเดียวกัน พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพาสั่งการให้พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี  ผบ.ร้อย ทพ.1201 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา จัดกำลังพลทหารพราน ร้อย ทพ.1201ฯ พร้อม อส.ทพ.หญิง จาก ฉก.กรม.ทพ.12ฯ ร่วมกันทำริบบิ้นดำ นำไปแจกให้ราษฎรไทยตามหมู่บ้านชายแดน พื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วให้ได้มีโอกาสร่วมไว้อาลัยต่อการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมนำไปแจกให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้าประเทศไทย บริเวณจุดตรวจร่วม อ.05 ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด้วย

วัดถ้ำสิงโตดูแลต้นไม้ของพ่อฯอย่างดี

พระครูภาวนาชิติคุณ เจ้าอาวาสวัดถ้ำสิงโตทอง อ.จอมบึง จ.ราชบุรีเผยถึงพระกระแสรับสั่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่พระราชทาน เมื่อครั้งเสด็จฯมาที่วัดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535ความว่า “รักษาป่าได้สมบูรณ์สวยงามดี ขอให้รักษาไว้ตลอดไป” ซึ่งคณะสงฆ์และประชาชนที่อาศัยรอบวัดยึดหลักพระราชดำริดูแลพื้นที่ป่าและต้นไม้ให้อุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะต้นสักทอง หรือ“ต้นไม้ของพ่อ ต้นไม้ของแม่” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงปลูกไว้หน้าพระอุโบสถสก.ครั้งเสด็จฯมาตัดหวายลูกนิมิต พร้อมทรงประกอบพิธีเททองที่วัดถ้ำสิงโตทอง รวมแล้ว 24 ปีเศษ ปัจจุบันยังมีสภาพสมบูรณ์ลำต้นใหญ่สูงกว่า 15 เมตร ออกเมล็ดผลจำนวนมาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top