วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
30 เม.ย. 2562 สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ เสนอข่าว "Blackwater founder's plan for mercenaries to Venezuela: Report" โดยระบุว่า เอริค ปรินซ์ (Erik Prince) ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย "แบล็ควอเตอร์" (Blackwater) กำลังผลักดันแผนการส่งกองกำลังไปช่วยโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร (Nicholas Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา โดยมีความพยายามแสวงหาการสนับสนุนจากกลุ่มผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ปธน.สหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้ลี้ภัยชาวเวเนซูเอลาที่มีฐานะดี
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า แผนการของนายปรินซ์คือการส่งกองกำลังราว 5 พันคน ไปสนับสนุน ฮวน กุยโด (Juan Guaido) นักการเมืองเวเนซูเอลาที่เป็นแกนนำฝ่ายต่อต้าน ปธน.มาดูโร โดยมีการประชุมถึงเรื่องนี้เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย. 2562 อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ หลังมีสื่อมวลชนไปถามว่าแผนการของนายปรินซ์จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลสหรัฐหรือไม่ แต่แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับงานบริหารในทำเนียบขาวระบุว่ารัฐบาลสหรัฐคงไม่สนับสนุนแผนการดังกล่าว เช่นเดียวกับ เอ็ดเวิร์ด โรดริเกช (Edward Rodriguez) โฆษกของนายกุยโด ก็ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters)
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงสหรัฐและเวเนซูเอลารายหนึ่ง กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นอันตรายและอาจนำไปสู่สงครามกลางเมือง เช่นเดียวกับผู้ลี้ภัยชาวเวเนซูเอลาที่ใกล้ชิดกับฝ่ายต่อต้าน ปธน.มาดูโร มองว่ากองกำลังของบริษัทเอกชนอาจมีประโยชน์หลังจากรัฐบาลของ ปธน.มาดูโร ลงจากอำนาจ โดยจะมีบทบาทในฐานะผู้ดูแลความปลอดภัยให้กับรัฐบาลชุดใหม่ที่มาบริหารประเทศแทน ขณะที่ มาร์ค โคเฮน (Marc Cohen) โฆษกของนายปรินซ์ ยืนยันว่านายปรินซ์ไม่มีแผนดำเนินการใดๆ ในเวเนซูเอลา แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เพิ่มเติมอีก
ถึงกระนั้น ลิทัล เลสเฮม (Lital Leshem)ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ Frontier Resource Group ระบุว่า ปธ.แบล็ควอเตอร์ มีความสนใจเข้าไปดำเนินงานด้านความมั่นคงในเวเนซูเอลา แต่ได้ปฏิเสธในการให้ข้อมูลอย่างละเอียด ส่วนแหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยตัวตนอีก 2 ราย อธิบายว่า นายปรินซ์จะเริ่มจากปฏิบัติการด้านข่าวกรอง จากนั้นยกระดับสู่การใช้กองกำลัง 4,000 - 5,000 คนที่จ้างจากชาวลาตินอเมริกา ทั้งนี้แบล็ควอเตอร์นั้นเคยรับงานปฏิบัติการในพื้นที่ความขัดแย้งทั้งในภูมิภาคเอเชียกลาง แอฟริกาและตะวันออกกลาง
สำหรับความขัดแย้งในเวเนซูเอลานั้น ปธน.มาดูโร ตำหนินายกุยโดว่าได้รับการสนับสุนนจากชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของตน ขณะที่นายกุยโดซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ของเวเนซูเอลา กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ทำให้นายมาดูโรได้เป็นประธานาธิบดีนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย อนึ่ง..กองทัพของเวเนซูเอลายังคงอยู่ฝ่ายนายมาดูโร แม้จะถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตรก็ตาม
รายงานของอัลจาซีรา ยังกล่าวอีกว่า นายปรินซ์เป็นผู้บุกเบิกการทำสัญญารับงานจากรัฐบาลสหรัฐ ในการส่งทหารรับจ้างไปปฏิบัติการในอิรัก และเกิดกรณีอื้อฉาวในปี 2550 ที่สมาชิกของแบล็ควอเตอร์กลุ่มหนึ่งก่อเหตุสังหารพลเรือนอิรัก 17 คนในกรุงแบกแดด 1 ในนั้นถูกตัดสินความผิดฐานฆาตกรรม และอีก 3 ถูกตัดสินข้อหาร่วมกันฆาตกรรม ทำให้นายปรินซ์ได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่กับแบล็ควอเตอร์ก่อนจะขายกิจการไปในปี 2553
แต่ต่อมาพบว่านายปรินซ์ได้จดทะเบียนบริษัทใหม่คือ "แบล็ควอเตอร์ ยูเอสเอ" (Blackwater USA) โดยระบุว่าเป็นบริษัทจำหน่ายเครื่องกระสุนปืน อุปกรณ์เก็บเสียงและมีด อย่างไรก็ตามในช่วง 2 ปีล่าสุด เขาล้มเหลวในความพยายามเรียกร้องให้ ปธน.ทรัมป์ ใช้บริการทหารรับจ้างจากบริษัทเอกชนแทนทหารประจำการของกองทัพ ในภารกิจรักษาความสงบที่อัฟกานิสถาน นอกจากนี้ในปี 2557 นายปรินซ์ได้เปิดบริษัท Frontier Resource Group ในฮ่องกง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับ CITIC บริษัทของจีน และได้ช่วยให้การลงทุนด้านความปลอดภัย การบินและการขนส่งของนักลงทุนจีนเป็นไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้นายปรินซ์ยังถูกระบุในรายงานของ โรเบิร์ต มุลเลอร์ (Robert Mueller) อัยการพิเศษที่สืบสวนคดีความสัมพันธ์ระหว่างนายทรัมป์กับรัฐบาลรัสเซียในช่วงศึกเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐ เมื่อปี 2559 ว่าเป็นผุ้สนับสนุนการหาเสียงของนายทรัมป์ด้วย แต่นายโคเฮนซึ่งเป็นโฆษกของนายปรินซ์ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว อนึ่ง แหล่งข่าวบางรายให้ข้อมูลว่า นายปรินซ์ต้องการระดมทุนเป็นเงิน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.3 ล้านบาท เพื่อแผนการส่งกองกำลังไปเวเนซูเอลา ทั้งนี้รวมถึงจากทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐในเวเนซูเอลา อันเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรไม่ให้ส่งออกน้ำมันด้วย
แม้ไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่าฝ่ายค้านเข้าถึงทรัพย์สินเหล่านั้นได้อย่างไร แต่แหล่งข่าวเชื่อว่านายกุยโดมีความชอบธรรมในการตั้งกองทัพของตนเองเพราะได้รับการยอมรับจากสากลในฐานะผู้นำเวเนซูเอลา และอธิบายว่าเหตุที่นายปรินซ์เลือกใช้กำลังคนจากลาตินอเมริกา เช่น เปรู เอกวาดอร์ โคลัมเบีย เนื่องจากใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร ซึ่งในทางการเมืองแล้วสามารถเข้าถึงชาวเวเนซูเอลาได้มากกว่าชาวอเมริกัน
ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.aljazeera.com/news/2019/04/blackwater-ceo-offered-send-mercenaries-venezuela-report-190430071721696.html
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี