546.jpg
จากข้าวสารถึงภูเก็ต! สื่อผู้ดีเผยภาพไทยยุคโควิดไร้นทท. เงียบเหงาราวกับเมืองร้าง

จากข้าวสารถึงภูเก็ต! สื่อผู้ดีเผยภาพไทยยุคโควิดไร้นทท. เงียบเหงาราวกับเมืองร้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2564, 15.42 น.

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 เว็บไซต์ นสพ.Daily Mail ของอังกฤษ เสนอรายงานพิเศษ Shocking images show Thailand as you've NEVER seen it before with abandoned beaches and empty markets – and even the famous Khao San Road on lockdown ว่าด้วยภาพของประเทศไทยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จากดินแดนที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เพราะสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สถานที่ต่างๆ มีสภาพไม่ต่างจากเมืองร้าง

รายงานเริ่มต้นที่ จ.ภูเก็ต หนึ่งในเกาะที่โด่งดังทางภาคใต้ ภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2564 ณ หาดป่าตอง แสดงให้เห็นถึงดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่วันนี้ชายหาด ตลาดและร้านค้าว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน ถนนถูกทิ้งร้าง ส่วนผับ-บาร์ ถูกปิดตามมาตรการของรัฐบาลเพื่อสกัดการระบาดของโรค เช่นเดียวกับ บางลาวอล์คกิ้งสตรีท ย่านสถานบันเทิงยามราตรี มาตรการปิดประเทศส่งผลกระทบอย่างหนักเพราะเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงัก ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวอาจพบเห็นนกพิราบและแมวได้มากกว่ามนุษย์


ประเทศไทยเคยได้รับการยกย่องว่าควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดีในช่วงแรกๆ แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญสถานการณ์ที่หนักหน่วงในการระบาดระลอกที่ 3 เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว ในวันที่ 21 เม.ย.2564 พบผู้ติดเชื้อวันเดียวถึง 1,458 คน และเสียชีวิตอีก 4 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 46,643 คน และเสียชีวิตสะสมรวม 110 ราย โดย 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดถูกพบในเวลาเพียงเดือนเดียว และเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2564 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถึง 1,767 คน สูงสุดเท่าที่เคยเก็บสถิติมา

ทางการไทยออกมาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมสถานการณ์ ทั้งการห้ามรวมกลุ่มชุมนุมทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเกินกว่า 50 คน ขอความร่วมมืองดเดินทาง เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ และอีก 17 จังหวัด ถูกประกาศเป็นพื้นที่สีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดที่ร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารต้องปิดทำการเร็วขึ้น ส่งผลให้ถนนข้าวสาร ย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวดูเงียบเหงา

ในขณะที่จังหวัดอื่นๆ ที่เหลือของประเทศถูกจัดเป็นพื้นที่สีส้ม สถาบันการศึกษาและสถานบันเทิงถูกปิดไปจนถึงเดือน พ.ค. 2564 รวมถึงการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับดื่มในร้านอาหาร การระบาดระลอกล่าสุดเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ผู้คนเดินทางในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางสัดส่วนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับพบเชื้อโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์แบบ B.1.1.7 ที่สามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเชื้อกลายพันธุ์นี้กำลังสร้างปัญหาให้กับหลายประเทศ รวมถึงประเทศใกล้เคียงอย่าง ฟิลิปปินส์ ที่โรงพยาบาลตกอยู่ในภาวะต้องดิ้นรน

การทำงานของทางการไทยในสัปดาห์นี้คือความพยายามหาเตียงให้พอกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ เนื่องจากนโยบายที่กำหนดให้ผู้ติดเชื้อทุกคนต้องอยู่ในโรงพยาบาลแม้จะไม่มีอาการใดๆ ก็ตาม แต่นั่นก็นำมาซึ่งความกังวลว่าด้วยขีดความสามารถของโรงพยาบาลในการรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการป่วยรุนแรง นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ (Somsak Akksilp) อธิบดีกรมการแพทย์ ยืนยันผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2564 ว่าสามารถหาเตียงให้ได้ภายใน 24 - 48 ชั่วโมง โดยผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการจะไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม หรือโรงแรมที่เปลี่ยนเป็นสถานที่ดูแล

นอกจากนี้ ยังมีแผนการให้ผู้ติดเชื้อที่อาการไม่รุนแรง สามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้ กรณีมีผู้ติดเชื้อต่อวันมากกว่า 1 หมื่นคนขึ้นไป ซึ่งระบบโรงพยาบาลจะไม่สามารถรองรับได้ โดยขณะนี้จำนวนเตียงเพิ่มขึ้นเป็น 9,000 เตียง จากเดิม 7,000 เตียงในสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลได้ขอให้โรงพยาบาลเพิ่มขีดความสามารถขึ้นอีกร้อยละ 50 เพื่อดูแลผู้ป่วยหนัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (Prayuth Chan-ocha) นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2564 ว่ารัฐบาลจะพยายามจัดหาวัคซีนของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค ให้ได้ 5 - 10 ล้านโดส โดยขณะนี้กำลังรอใบเสนอราคาและข้อกำหนดในการให้บริการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบวัคซีนได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.2564 ไปจนถึงสิ้นปี 2564 ทั้งนี้ ประเทศไทยยังไม่ได้เริ่มการฉีดวัคซีนให้กับประชากรเป็นวงกว้าง ปัจจุบันมีเพียง 572,000 คนเท่านั้น ที่ได้วัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส นั่นทำให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งเรื่องความล่าช้าในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 และการพึ่งพาวัคซีนของแอสตราเซเนกามากเกินไป โดยคาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในเดือน มิ.ย.2564

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top