537.jpg
ชาวกาซานับพันแห่แย่งอาหารจากศูนย์ช่วยเหลือ ทหารต้องยิงปืนเตือน

ชาวกาซานับพันแห่แย่งอาหารจากศูนย์ช่วยเหลือ ทหารต้องยิงปืนเตือน

วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

ชาวกาซานับพันแห่ทะลักศูนย์แจกอาหารหนุนโดยสหรัฐฯ วุ่นหนักจนท.ยิงปืนเตือน

28 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประชาชนชาวปาเลสไตน์นับพันบุกเข้าไปยังศูนย์แจกจ่ายความช่วยเหลือในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งจัดตั้งโดยมูลนิธิ Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล หลังเพิ่งเริ่มดำเนินงานได้เพียงวันเดียว


วิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้เห็นฝูงชนจำนวนมากบุกผ่านรั้วและคันดินของพื้นที่ศูนย์แจกจ่าย จนเจ้าหน้าที่ของ GHF ต้องถอนกำลังชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง ทหารอิสราเอลที่อยู่ใกล้เคียงยิงปืนเตือนเพื่อควบคุมสถานการณ์

GHF ซึ่งใช้บริษัทรักษาความปลอดภัยจากสหรัฐฯ และมีเป้าหมายที่จะกระจายความช่วยเหลือนอกเหนือจากระบบของสหประชาชาติ เปิดเผยว่าได้แจกจ่ายอาหารไปแล้วกว่า 8,000 กล่อง หรือเทียบเท่ามื้ออาหาร 462,000 มื้อ อย่างไรก็ตาม ทาง UN และหน่วยงานช่วยเหลือหลายแห่งปฏิเสธที่จะร่วมมือ โดยมองว่าแนวทางของ GHF ขัดต่อหลักมนุษยธรรม และอาจทำให้ความช่วยเหลือกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง

เหตุการณ์ล่าสุดมีรายงานว่าฝูงชนบุกจุดแจกจ่ายในเขต Tal al-Sultan และ Morag Corridor จนเกิดความวุ่นวาย มีเสียงปืนดังขึ้น และผู้คนจำนวนมากแย่งชิงอาหารในสภาพสิ้นหวัง ชาวเมืองรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาให้เข้าแค่ครั้งละ 50 คน แต่สุดท้ายก็เกิดความโกลาหล ผู้คนปีนรั้ว แย่งของ และไม่มีใครคุมสถานการณ์ได้” 

สำนักงานสื่อของรัฐบาลฮามาสระบุว่าความพยายามของอิสราเอลในการแจกจ่ายความช่วยเหลือนั้น "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าฮามาสขัดขวางการเข้าถึงของประชาชน

ในขณะที่สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN  กล่าวแถลงข่าวจากนิวยอร์กว่า “ภาพที่เห็นจากศูนย์ของ GHF นั้นสร้างความหดหู่ใจอย่างมาก เราและพันธมิตรมียุทธศาสตร์ชัดเจนในการขยายการส่งความช่วยเหลืออย่างมีหลักการ และเรายืนยันว่าการเร่งส่งความช่วยเหลืออย่างจริงจังคือสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันภาวะอดอยากที่กำลังคุกคาม”

อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับตอบโต้คำวิจารณ์ของ UN ว่าเป็นการแสดงออกถึงความหน้าซื่อใจคดอย่างที่สุด โดยระบุว่าประเด็นสำคัญควรอยู่ที่การให้อาหารแก่ประชาชน ไม่ใช่วิจารณ์ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ

GHF วางแผนจะจัดตั้งศูนย์แจกจ่าย 4 แห่งในฉนวนกาซาทางตอนใต้และตอนกลาง โดยหวังว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน 1 ล้านคนภายในสิ้นสัปดาห์นี้ จุดแจกจ่ายมีการรักษาความปลอดภัยโดยบริษัทรักษาความปลอดภัยสหรัฐฯ และมีทหารอิสราเอลลาดตระเวนรอบนอก โดยประชาชนต้องผ่านการตรวจสอบประวัติและความเกี่ยวข้องกับกลุ่มฮามาสก่อนเข้ารับความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม UN และองค์กรมนุษยธรรมยืนยันว่าจะไม่ร่วมมือกับระบบใด ๆ ที่ละเมิดหลักการมนุษยธรรมพื้นฐาน อาทิ ความเป็นกลาง ความไม่ลำเอียง และการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

ขณะเดียวกัน เจค วูด ผู้อำนวยการ GHF ได้ลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าระบบของ GHF ไม่สามารถตอบสนองหลักการเหล่านี้ได้อย่างแท้จริง

อิสราเอลได้ปิดกั้นความช่วยเหลือทั้งหมดเข้าสู่กาซาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม และกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารในอีกสองสัปดาห์ต่อมา โดยหวังบีบให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 58 รายที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่

ตั้งแต่การผ่อนคลายการปิดล้อมเมื่อไม่นานมานี้ อิสราเอลระบุว่าได้นำส่งความช่วยเหลือกว่า 665 คันรถเข้าสู่กาซาแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีมากกว่า 400 คันรถที่ยังไม่ได้แจกจ่ายเนื่องจากความไม่มั่นคง ความเสี่ยงในการถูกปล้น และปัญหาการประสานงานกับทหารอิสราเอล

โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ความช่วยเหลือที่มีในปัจจุบันยัง “น้อยมากเมื่อเทียบกับความต้องการจริง” โดยมีประชาชนกว่า 500,000 คนเสี่ยงต่อการอดตายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

วิกฤตการณ์นี้เป็นผลพวงจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลที่เริ่มต้นหลังเหตุการณ์โจมตีโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ราย และถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 ราย

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขของฮามาสระบุว่ามีผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาแล้วอย่างน้อย 54,056 ราย รวมถึง 3,901 รายในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูลจาก : BBC

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top