เมียนมา ขึ้นศาลโลก ปฏิเสธข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา อ้างเป็นปฏิบัติการต้านก่อการร้าย

เมียนมา ขึ้นศาลโลก ปฏิเสธข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา อ้างเป็นปฏิบัติการต้านก่อการร้าย

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

17 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมียนมาขึ้นต่อสู้คดีข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์  โดยอ้างว่าประเทศแกมเบียที่ยื่นฟ้องเมียนมาไม่ได้ให้หลักฐานมากพอที่จะเอาผิดว่าเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาจริงตามที่ได้ยื่นฟ้องเมื่อปี 2019

'ดอว์ดา จัลโลว์' รัฐมนตรียุติธรรมของแกมเบีย ขึ้นกล่าวต่อศาลโลกเมื่อวันที่ 12 มกราคม ว่าทางการเมียนมาต้องการกำจัดชาวมุสลิมโรฮีนจาด้วยการใช้ "นโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" 'ดอว์ดา จัลโลว์' บอกอีกว่า ชาวโรฮีนจาเผชิญกับการกลั่นแกล้งที่โหดร้ายและความพยามยามที่จะทำให้ชาวโรฮีนจาเหมือนไม่เป็นมนุษย์ ที่ตามมาด้วยการปราบปรามจากกองทัพเมียนมา


ซึ่งทีมทนายความของแกมเบีย ระบุว่า การที่เมียนมาสังหารผู้หญิง เด็ก และ คนชรา รวมถึงทำลายบ้านเรือนของชาวโรฮีนจาเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าที่เมียนมาจะอ้างว่าเป็นการปราบปรามการก่อการร้าย

'โก โก หล่าย' ผู้แทนของรัฐบาลทหารเมียนมาขึ้นชี้แจงต่อผู้พิพากษาศาลโลกว่าเมียนมาไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยและปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายยึดครองรัฐยะไข่ได้ และการโจมตีเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เมียนมาต้องดำเนินปฏิบัติการกวาดล้าง ซึ่งเป็นศัพท์ทางทหารที่หมายถึงการดำเนินปฏิบัติการต่อต้านความไม่สงบหรือการก่อการร้าย

รัฐบาลเมียนมามีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ แต่ปัจจัยภายนอก เช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ความพยายามดังกล่าวเจอกับอุปสรรค แต่ความมุ่งมั่นและความพยายามของเมียนมาตั้งแต่ปี 2017 ขัดแย้งกับสิ่งที่แกมเบียพยายามเสนอว่าเมียนมามีจุดมุ่งหมายที่ต้องการทำลายหรือบังคับเนรเทศชาวโรฮีนจา

'โก โก หล่าย' กล่าวต่ออีกว่า หากเมียนมาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาจะเป็นมลทินต่อประเทศและประชาชนเมียนมาอย่างไม่มีวันลบออกได้ ดังนั้น คำตัดสินของศาลโลกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชื่อเสียงและอนาคตของเมียนมา

เมียนมาใช้กองทัพเข้าปราบปรามชาวโรฮีนจาในปี 2017 ทำให้มีชาวโรฮีนจาเสียชีวิตหลายพันคน และอีกกว่า 700,000 คนต้องหนีไปอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศบังกลาเทศ รายงานของ UN ในปี 2018 พบว่าผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพเมียนมาควรถูกสอบสวนในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในพื้นที่อื่นๆ แต่เมียนมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยอ้างว่าปฏิบัติการของเมียนมาพุ่งเป้าไปที่กองกำลังและภัยคุกคามที่ก่อความไม่สงบ

ศาลโลกคาดว่าจะมีคำตัดสินออกมาในช่วงปลายปี 2026 และคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาจะเป็นแบบอย่างให้กับการดำเนินคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อื่นๆ เช่น คดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องอิสราเอลว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เพราะการพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาเป็นการพิจารณาคดีในข้อหาดังกล่าวครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี และเป็นโอกาสให้ผู้พิพากษาของศาลโลกอัปเดตความหมายของคำว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top