วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
19 มกราคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสามัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 มกราคม 2569 นี้
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า วันนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ดิฉันตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 มกราคม ดิฉันเชื่อว่า หนทางเดียวที่จะตัดสินใจได้ว่า ทำไมต้องทำตอนนี้ และว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ ควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น คือให้ประชาชน ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นผู้ตัดสินใจ โดยการลงคะแนนเสียงจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมระบุว่า เป้าหมายของการเลือกตั้งคือให้พรรคที่ครองอำนาจได้รับเสียงข้างมาก และนั่นจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเธอในฐานะนายกรัฐมนตรี
ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุด ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าดิฉันจะได้เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศญี่ปุ่น การยุบสภาเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก เป็นการตัดสินใจที่ต้องทำเพื่อกำหนดอนาคตของญี่ปุ่นร่วมกับประชาชน ดังนั้นดิฉันจะไม่หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนออกไป
การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ เช่น นโยบายที่ระบุไว้ในการเลือกตั้งประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และข้อตกลงรัฐบาลผสมกับพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่น (JRP) จะเริ่มต้นอย่างจริงจังในรูปแบบของข้อเสนองบประมาณปีงบประมาณ 2026 และร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอเพื่อพิจารณาในรัฐสภาปีนี้ นโยบายเหล่านี้หลายอย่างไม่ได้รวมอยู่ในคำมั่นสัญญาในการหาเสียงของพรรคเสรีประชาธิปไตยในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่แล้ว
ตัวดิฉันเองกำลังเอาอนาคตของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นเดิมพัน ดิฉันอยากให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรงว่า พวกเขาสามารถไว้วางใจให้ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ บริหารประเทศได้หรือไม่
การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ หากพรรคเสรีประชาธิปไตยและพรรคฟื้นฟูญี่ปุ่นได้รับที่นั่งส่วนใหญ่ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ จะเป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่เช่นนั้น ก็จะเป็นคนอื่นๆ แม้จะเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม แต่ประชาชนจะเป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี
นางซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวต่ออีกว่า ดิฉันได้ขอให้ทุกกระทรวงและรัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการตามงบประมาณเพิ่มเติมประจำปีนี้โดยเร็วที่สุด ขณะนี้กำลังดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นทีละขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงของชีวิตประชาชน รวมถึงมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ดิฉันขอชี้แจงให้ชัดเจนว่า การยุบสภาจะดำเนินการก็ต่อเมื่อเราได้วางระบบที่สมบูรณ์เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีช่องว่างในการบริหารจัดการเศรษฐกิจแล้ว
ดิฉันได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ปีที่แล้ว ในความพยายามครั้งที่ 3 ของดิฉัน หลังจากนั้นไม่นาน เราก็แยกทางกับพรรคโคเมโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเรามานานถึง 26 ปี แม้ว่าจะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค LDP แต่ก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญกับการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา ในขณะที่พรรค LDP ไม่มีเสียงข้างมากในทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาสูง เส้นทางสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยากลำบาก
ถึงแม้ว่าจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปีที่แล้ว แต่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็กังวลอยู่เสมอว่า คณะรัฐมนตรีของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ ยังไม่เคยผ่านการเลือกตั้งเพื่อเลือกตั้งรัฐบาลมาก่อน 3 เดือนที่ผ่านมาทำให้ดิฉันตระหนักถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองของญี่ปุ่นและความจริงอันโหดร้ายว่า หากปราศจากความไว้วางใจ เราก็ไม่อาจยืนหยัดได้ และดิฉันเชื่อว่า เป็นความรับผิดชอบของผู้นำประเทศประชาธิปไตยที่จะนำเสนอการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญต่อประชาชนโดยตรงและขอให้พวกเขาตัดสินว่าถูกต้องหรือผิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี