ดีลประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ-ไต้หวัน ลงนามข้อตกลงการค้า  ลดภาษีเหลือ15% แลกเปิดตลาด

ดีลประวัติศาสตร์ สหรัฐฯ-ไต้หวัน ลงนามข้อตกลงการค้า ลดภาษีเหลือ15% แลกเปิดตลาด

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.00 น.

13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในข้อตกลงการค้าทวิภาคีฉบับสมบูรณ์กับไต้หวัน โดยยืนยันอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันสู่สหรัฐฯ ที่ร้อยละ 15 ขณะที่ไต้หวันให้คำมั่นในแผนงานที่จะยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าเกือบทั้งหมดจากสหรัฐฯ โดยไต้หวันจะต้องซื้อพลังงานและเครื่องบินจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท

เอกสารจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ระบุว่า ไต้หวันตกลงที่จะเพิ่มการจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2025 ถึง 2029 ซึ่งรวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมันดิบ มูลค่า 4.44 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 1.38 ล้านล้านบาท  , เครื่องบินพลเรือนและเครื่องยนต์ มูลค่า 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 4.73 แสนล้านบาท และอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์การเดินเรือ และเครื่องจักรผลิตเหล็ก รวมมูลค่า 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว 7.84 แสนล้านบาท


ข้อตกลงฉบับนี้เป็นการขยายรายละเอียดทางเทคนิคจากกรอบความร่วมมือเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งช่วยลดภาษีสินค้าไต้หวัน รวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ ลงเหลือร้อยละ 15 จากเดิมที่ร้อยละ 20 ตามที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ก่อนหน้า ส่งผลให้ไต้หวันมีความสามารถในการแข่งขันในระดับเดียวกับคู่แข่งสำคัญอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น

ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ระบุผ่านโซเชียลว่า นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไต้หวันจะโต้ลมแห่งความเปลี่ยนแปลงเพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยเขาเชื่อว่าข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานที่น่าเชื่อถือ และสถาปนาพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ไฮเทคระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ อย่างมั่นคง

ไต้หวันยังได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐฯ มากกว่า 2,000 รายการ ซึ่งนายไล่ระบุว่าส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยของสินค้าส่งออกอเมริกันลดลงเหลือร้อยละ 12.33 อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังต้องผ่านการอนุมัติจากสภาของไต้หวัน ซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากอยู่

อีกทั้งยังมีการระบุถึงคำมั่นสัญญาการลงทุนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์จากบริษัทไต้หวัน เพื่อขยายฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และ เอไอ ในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเงินลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์จากบริษัท TSMC ที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ โดยรัฐบาลไต้หวันจะทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันการลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มเทคโนโลยีระดับสูงอีกด้วย ข้อตกลงนี้จะมีผลทันทีในการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ที่เคยสูงถึงร้อยละ 26 เช่น เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์นม และข้าวโพด อย่างไรก็ตาม สินค้าบางรายการอย่าง หมูสามชั้น (จากเดิมร้อยละ 40) และแฮม (จากเดิมร้อยละ 32) จะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 10 เท่านั้น นอกจากนี้ไต้หวันจะยอมรับมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และยารักษาโรคของสหรัฐฯ เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี

เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับเกษตรกร ชาวประมง และผู้ผลิตชาวอเมริกันอย่างมาก

ข้อมูลจากสำนักสำมะโนประชากรของสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไต้หวันพุ่งสูงถึง 1.269 แสนล้านดอลลาร์ (จากเดิม 7.37 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำเข้าชิปเอไอ ระดับสูงจากไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อตกลงนี้จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับสมดุลทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top